“ปักตะไคร้” เรียกฝนหรือไล่ฝน พร้อมทำความรู้จักคุณสมบัติผู้ประกอบพิธี

“ปักตะไคร้ไล่ฝน” หรือเห็นคนพูดเล่น…

เน็ตฟรีดีแทค 2569 กดอะไร ใช้เน็ตได้ไม่สะดุดระหว่างวัน

เคยไหม? กำลังประชุมออนไลน์งานสำคัญ ดูซีรีส์ตอน…

บริษัทประกันภัยรถยนต์ 10 บริษัท 2569 มีที่ไหนบ้าง

รวมบริษัทประกันภัยรถยนต์ 10 บริษัทในไทย 2569 พ…

วิธีเลือกประกันสุขภาพเด็กตามอายุ และความจำเป็น (ตอนที่ 3)

ประกันเด็ก 2567 ครอบคลุมสุขภาพ และโรคที่จำเป็น

หลังจากที่รู้จักแบบประกันไปคร่าวๆ ในบทความที่แล้ว “วิธีเลือกประกันสุขภาพเด็กตามอายุ และความจำเป็น (ตอนที่ 2)” ในบทความนี้จะมาแนะนำวิธีทำประกันเด็กแบบคร่าวๆ เพื่อเซฟค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ โดยเทียบกับค่ารักษาโรคฮิตในเด็กกรณีที่ต้องรักษาในโรงพยาบาลเอกชน มาทบทวนค่าใช้จ่ายกันอีกครั้ง

ค่ารักษาพยาบาลเด็กวัย 1 – 5 ปี โรงพยาบาลเอกชนทั่วไปโดยประมาณ

1. โควิด-19 ค่ารักษาอยู่ที่ 10,000 – 35,000 บาท
2. ไข้หวัดใหญ่ ค่ารักษาอยู่ที่ 14,000 – 40,000 บาท
3. มือเท้าปาก ค่ารักษาอยู่ที่ 14,000 – 50,000 บาท
4. ไวรัสโรต้า ค่ารักษาอยู่ที่ 14,000 – 50,000 บาท
5. ติดเชื้อไวรัสปอดอักเสบ ปอดบวม หลอดลมอักเสบ/คออักเสบ ค่ารักษาอยู่ที่ 22,000 – 250,000 บาท
6. ไวรัสลงกระเพาะ ค่ารักษาอยู่ที่ 10,000 – 25,000 บาท
7. ไข้เลือดออก ค่ารักษาอยู่ที่ 20,000 – 200,000 บาท
8. ติดเชื้อทางเดินหายใจ ค่ารักษาอยู่ที่ 10,000 – 300,000 บาท
9. อีสุกอีใส ค่ารักษาอยู่ที่ 10,000 – 25,000 บาท
10. อุบัติเหตุ 5,000 – 1,000,000 บาท

วิธีเลือกประกันสุขภาพเด็กตามอายุ และความจำเป็น ตามสิทธิ์รักษาขั้นพื้นฐานของแต่ละคน

เพื่อการยกตัวอย่างที่เห็นความคุ้มครองที่ชัดเจน ในบทความนี้เราจะนำแผนกรรม์ของแต่ละเจ้า มาเปรียบเทียบกับสิทธิ์เบิกต่างๆ ให้คุณพ่อคุณแม่เลือกพิจารณา ดังต่อไปนี้

1. ทำประกันเด็กเสริมกับสิทธิ์บัตรทอง สปสช. ต้องเลือกแบบไหน

เด็กไทยทุกคนที่เกิดมา และได้เลขบัตรประจำตัวประชาชน จะได้รับสิทธิรักษาจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพ โดยอิงจากภูมิลำเนาของมารดาตามทะเบียนบ้านเดิม (หากมารดาเป็นต่างด้าว ก็ให้ไปยืนยันสิทธิ์กับเจ้าหน้าที่ปกครองเพื่อแจ้งสิทธิ์) ยกตัวอย่างเช่น หากแม่อยู่กรุงเทพ แต่ก่อนแต่งงานแม่มีทะเบียนบ้านอยู่ที่สุพรรณบุรี สิทธิ์ของเด็กก็จะไปเกิดที่โรงพยาบาลใกล้ๆ กับทะเบียนบ้านเดิมของแม่ อย่างไรก็ดีอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เช็กสิทธิ์โดยตรงได้ที่เว็บไซต์ สปสช. คลิกที่นี่

ตรวจสอบสิทธิ์รักษาบัตรทอง สปสช. ได้ที่นี่

สิทธิ์การรักษาพยาบาลพื้นฐาน หรือสิทธิ์บัตรทองอย่างที่เราทราบกัน มีขั้นตอนการรักษาและค่าใช้จ่ายดังนี้

  • ไปรักษาครั้งแรกต้องนำสูติบัตรตัวจริงของเด็ก พร้อมสำเนา ไปเปิดประวัติ
  • กดคิวรอรับการตรวจ
  • ใช้ระยะเวลารอนานกว่าโรงพยาบาลเอกชนในทุกขั้นตอน
  • แพทย์เฉพาะทางเข้าเป็นบางวัน จะต้องมาให้ตรงวันนัดเสมอ
  • ในช่วงที่เด็กป่วยบ่อยๆ ห้องพักรักษาตัวมักจะเต็ม ส่วนใหญ่หากไม่รุนแรงคุณหมอก็ให้ยากลับมารักษาที่บ้าน
  • ค่าใช้จ่ายไม่แพง เมื่อเทียบกับการรักษาแบบอื่น

ดังนั้น สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ที่มีสิทธิ์บัตรทองอยากทำประกันให้ลูกเพิ่ม มีดังนี้

  • ลดระยะเวลารอหมอนานๆ (เลือกทำประกันที่มีแผน OPD 500 – 2,000 บาท)
  • เมื่อเจ็บป่วยหนักๆ ต้องการเข้ารับการรักษาให้ลูกนอนโรงพยาบาล (เลือกแผนประกัน IPD 20,000 – 50,000 บาท)
  • หากเด็กประสบอุบัติเหตุก็ต้องการ X-Ray ตรวจละเอียด (เลือกแผนประกันที่พ่วงอุบัติเหตุ ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลต่อครั้งอย่างน้อย 20,000 บาท)

เพราะฉะนั้นสรุปแล้ว หากคุณมีเพียงแค่สิทธิ์บัตรทอง ก็ลองมองหาประกันสุขภาพเด็กที่ตอบโจทย์ 3 อย่างนี้ ซึ่งเบี้ยจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 – 8,000 บาทต่อปี แต่ถ้าเป็นประกันพ่วงประกันชีวิต หรือประกันการออม ก็จะมีเบี้ย 20,000 – 50,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับว่าจะจ่ายไหวหรือเปล่า

ตัวอย่างแผนประกันที่เหมาะสม : ประกันสุขภาพเหมาจ่าย, ประกันสุขภาพเฉพาะโรคยอดฮิต, ประกันอุบัติเหตุ

2. ทำประกันเด็กเสริมกับสิทธิ์เบิกข้าราชการ ต้องเลือกแบบไหน

คุณพ่อคุณแม่ที่ทำอาชีพข้าราชการ เบิกค่ารักษาพยาบาลให้แก่บุตรได้ หากไม่อยากจ่ายเพิ่มเลย ก็ไม่ต้องทำประกันสุขภาพเสริมได้ หรือมีติดไว้นิดหน่อยเพื่อความสะดวก เนื่องจาก

  • สิทธิ์เบิกค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ เบิกได้ทั้งหมด 100% กับโรงพยาบาลรัฐบาลอย่างเดียว
  • การรอตรวจ รอพบแพทย์เฉพาะทาง ก็ต้องมาตามวันนัด

ดังนั้นประกันเด็กที่เหมาะสมกับคุณพ่อคุณแม่ที่มีสิทธิ์เบิกข้าราชการ ได้แก่

  • ประกันสุขภาพที่เป็นสัญญาพ่วงจากประกันชีวิต หรือประกันสะสมทรัพย์หลัก เพราะใช้เบิกกับค่าส่วนเกิน ส่วนต่าง เมื่อเลือกนอนห้องโรงพยาบาลเอกชน
  • เลือกสัญญาพ่วงที่มีค่าชดเชยรายได้ สำหรับคนเฝ้า มีให้เลือกตั้งแต่ 500 – 1,000 บาท เด็กเล็กๆ ป่วยบ่อย อย่างน้อยก็ได้นอนปีละ 5 – 10 วันเป็นอย่างต่ำ

เพราะฉะนั้น สรุปแล้วหากพ่อแม่มีสิทธิ์เบิกข้าราชการก็สามารถทำประกันสุขภาพเด็กที่เป็นสัญญาพ่วงจากประกันชีวิตหลัก และประกันออมทรัพย์ได้ผลประโยชน์คุ้มกว่าการเลือกแผนค่าห้อง ค่ารักษาพยาบาลที่แยกออกมา

ตัวอย่างแผนประกันที่เหมาะสม : ประกัน TOP UP

3. ทำประกันเด็กเสริมกับสิทธิ์เบิกประกันกลุ่มบริษัท ต้องเลือกแบบไหน

เมื่อเทียบกับสิทธิ์การรักษา 2 แบบที่กล่าวมาข้างต้น เด็กที่มีสิทธิ์เบิกค่ารักษาประกันกลุ่มบริษัทพ่อแม่นี้ มีน้อยกว่ามาก เพราะอย่างที่ทราบกันว่ายุคนี้เป็นยุคที่เด็กเกิดน้อย หลายบริษัทก็ได้ยกเลิกการทำประกันให้กับบุตรหลานของพนักงานออกไปด้วย แต่ก็ยังมีเหลือเฉพาะองค์กรที่เห็นความสำคัญของสถาบันครอบครัว เช่น บริษัทข้ามชาติ และบริษัทไทยที่ดำเนินกิจการอย่างเป็นสากล

เด็กที่ทำประกันกลุ่มบริษัทพ่อแม่ จะมีค่ารักษาพยาบาลที่แยกออกชัดเจน บนหน้าบัตร เหมือนของพ่อหรือแม่ ยกตัวอย่างเช่น

  • ค่ารักษา OPD 2,000 บาท
  • ค่า X-Ray/Lab 2,200 บาท ต่อครั้ง
  • ค่ารักษาอุบัติเหตุต่อครั้ง 6,000 บาท ต่อครั้ง
  • ค่ารักษาเมื่อเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล (IPD) 40,000 บาทต่อครั้ง
  • ค่าห้องและค่าอาหารเมื่อเข้ารักษาแบบผู้ป่วยใน 3,000 บาทต่อวัน
  • ค่าเยี่ยมไข้โดยแพทย์ 1,000 บาทต่อวัน
  • และอื่นๆ

ซึ่งจากข้อมูลข้างต้นนี้ เด็กจะได้รับสิทธิ์ประกันสุขภาพตามหน้าบัตรที่ได้รับสวัสดิการจากบริษัทพ่อแม่ แต่ก็มีความเสี่ยงว่าหากพ่อแม่เปลี่ยนงาน บริษัทใหม่ก็ไม่มีสวัสดิการนี้ หรือเมื่อเด็กต้องเจอกับโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง อาทิ RSV, ไข้เลือดออก หรือประสบอุบัติเหตุต้องเข้า ICU ก็ต้องเสี่ยงกับค่ารักษาหลักแสน ดังนั้นมีหลายคนเลือกทำประกันสุขภาพเด็กเสริมขึ้นมา ด้วยวัตถุประสงค์ดังนี้

  • ต้องการค่าห้องเพิ่มเติม
  • ต้องการทุนประกันคุ้มครองค่ารักษาผู้ป่วยใน (IPD) เพิ่มเติม
  • ต้องการความคุ้มครองเมื่อต้องเข้ารักษาใน ICU เพิ่มเติม
  • ต้องการเพิ่มวงเงินรักษากรณีเกิดอุบัติเหตุ
  • ต้องการค่าชดเชยรายได้ผู้ปกครองที่เฝ้าไข้
  • และอื่นๆ

ตัวอย่างแผนประกันที่เหมาะสม : ประกันสุขภาพ TOP UP, ประกันสุขภาพเฉพาะโรคยอดฮิต, ประกันอุบัติเหตุ

ในบทความหน้าจะมาแนะนำประกันแบบไหนที่เหมาะสำหรับเด็กๆ ที่มีสิทธิ์เบิกพื้นฐานแต่ละแบบ อย่าลืมกลับมาติดตามกันนะครับ

แท็ก : ประกันเด็ก 2567,ประกันเด็กที่ไหนดี,ประกันสุขภาพลูกน้อย,ประกันเด็กเหมาจ่าย,ประกันเด็กที่ไหนดี,ประกันสุขภาพเด็กรายเดือน,ประกันสุขภาพเด็ก 3 ขวบ,ประกันเด็ก AIA ดีไหม,ประกันสุขภาพเด็กโต,วิธีเลือกประกันสุขภาพเด็ก,ประกันสุดคุ้มเพื่อลูกน้อย,ประกันเด็ก alianz,ประกันสุขภาพเด็ก,ประกันสุขภาพเด็ก generali,เด็กต้องทำประกันไหม,ประกันวัยซน กสิกร,ประกัน PA for kid กสิกร,ประกันให้ลูก,ทำประกันให้ลูก aia,วิธีเลือกประกันสุขภาพเด็ก,ประกันอุบัติเหตุเด็ก

Leave a Reply

Discover more from เจอพิกัด..

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading