ถ้ามีงบประมาณประมาณ 10,000 บาท และกำลังมองหา มือถือเล่นเกมราคาไม่เกิน 10,000 บาท ปี 2026 ปัจจุบันมีตัวเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะมือถือจาก POCO, iQOO, realme, TECNO, Redmi และ Nubia ที่เน้นประสิทธิภาพของชิปเซ็ต หน้าจอรีเฟรชเรตสูง และแบตเตอรี่ความจุสูง
สำหรับการเล่นเกม สิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่ได้มีแค่ RAM หรือความละเอียดกล้อง แต่ควรดู ชิปเซ็ต, GPU, ระบบระบายความร้อน, Refresh Rate, Touch Sampling Rate, แบตเตอรี่ และความเร็วในการชาร์จ ร่วมกัน เพราะองค์ประกอบเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อความลื่นไหลของเกม
บทความนี้รวบรวม 10 มือถือราคาไม่เกิน 10,000 บาทที่เหมาะกับการเล่นเกมในปี 2026 โดยเน้นรุ่นที่ให้ประสิทธิภาพคุ้มราคา และเหมาะกับเกมยอดนิยมอย่าง ROV, PUBG Mobile, Free Fire รวมถึงเกมที่ใช้กราฟิกสูงในระดับหนึ่ง
หมายเหตุ: ราคามือถือเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่นและร้านค้า ควรตรวจสอบราคาปัจจุบันก่อนซื้อ โดยเฉพาะรุ่นที่มีราคาใกล้ 10,000 บาท
ตารางเปรียบเทียบ 10 มือถือเล่นเกม ราคาไม่เกิน 10,000 บาท
| รุ่น | ชิปเซ็ต | RAM/ROM | หน้าจอ | แบตเตอรี่ | ราคาอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|---|
| POCO M8 Pro 5G | Snapdragon 7s Gen 4 | 8/256GB | AMOLED 120Hz | 6,500mAh | เริ่ม 8,999 บาท |
| iQOO Z11x 5G | Dimensity 7400-Turbo | 8/256GB | LCD 120Hz | 7,200mAh | ประมาณ 9,900 บาท |
| realme 15T 5G | Dimensity 6400 Max | 8/256GB | AMOLED 120Hz | 7,000mAh | ประมาณ 9,999 บาท |
| TECNO POVA 7 5G | Dimensity 7300 Ultimate | 8/256GB | 120Hz | 6,000mAh | ประมาณ 7,999 บาท |
| nubia Neo 5 Pro 5G | Unisoc T9100 | 12/256GB | 144Hz | 6,000mAh | ประมาณ 8,999 บาท |
| nubia Neo 5 5G | Unisoc T9300 | 8/128GB | 144Hz | 6,050mAh | ประมาณ 7,999 บาท |
| TECNO POVA 8 5G | Dimensity 7100 | 6/128GB | 120Hz | 8,000mAh | ประมาณ 9,999 บาท* |
| Redmi Note 15 5G | Snapdragon 6 Gen 3 | 8/256GB | 120Hz | 5,520mAh | ประมาณ 7,990 บาท |
| POCO M8 5G | Snapdragon 6 Gen 3 | รุ่นย่อยแตกต่างกัน | 120Hz | แบตเตอรี่ความจุสูง | เริ่ม 7,499 บาท |
| realme C85 5G | Dimensity 6300 | 8/256GB | 144Hz | 7,000mAh | ประมาณ 7,999 บาท |
*ราคาบางรุ่นอาจเปลี่ยนตามโปรโมชั่น
ข้อมูลตลาดปี 2026 พบว่ามีทั้ง iQOO Z11x 5G, TECNO POVA 7 5G, nubia Neo 5 Pro 5G และรุ่นอื่น ๆ ที่อยู่ในช่วงราคาต่ำกว่า 10,000 บาทในร้านค้าปลีกไทย ขณะที่ POCO M8 Pro 5G มีราคาโปรโมชั่นเริ่มต้น 8,999 บาทในไทย
1. POCO M8 Pro 5G

ถ้าต้องเลือก มือถือเล่นเกมราคาไม่เกิน 10,000 บาทที่เน้นความแรง POCO M8 Pro 5G เป็นหนึ่งในรุ่นที่ควรพิจารณาเป็นอันดับต้น ๆ
หัวใจสำคัญคือ Snapdragon 7s Gen 4 ซึ่งผลิตด้วยกระบวนการ 4nm และมี GPU Adreno ขณะที่ตัวเครื่องให้ RAM 8GB + ROM 256GB ในรุ่นที่ทำราคาไม่เกิน 10,000 บาท
หน้าจอเป็น AMOLED ความละเอียด 1.5K ขนาด 6.83 นิ้ว รองรับ Refresh Rate สูงสุด 120Hz และมี Touch Sampling Rate สูง รวมถึง Game Turbo Mode ที่ช่วยเพิ่มการตอบสนองของหน้าจอสำหรับการเล่นเกม
ด้านแบตเตอรี่มีความจุ 6,500mAh และรองรับชาร์จเร็ว 100W โดย Xiaomi Thailand ระบุโปรโมชั่น Early Bird เริ่มต้น 8,999 บาท
จุดเด่น
- Snapdragon 7s Gen 4
- AMOLED 1.5K 120Hz
- RAM 8GB + ROM 256GB
- แบตเตอรี่ 6,500mAh
- ชาร์จเร็ว 100W
- Game Turbo
- เหมาะกับเกมที่ต้องการประสิทธิภาพสูง
เหมาะกับ: เกมเมอร์ที่ต้องการความแรงเป็นอันดับแรก
2. iQOO Z11x 5G

iQOO เป็นแบรนด์ที่ถูกวางตำแหน่งให้เน้นประสิทธิภาพ และ Z11x 5G ก็เป็นรุ่นที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการ มือถือเล่นเกมงบไม่เกิน 10,000 บาท
รุ่นนี้ใช้ Dimensity 7400-Turbo พร้อม RAM 8GB + ROM 256GB และหน้าจอ 120Hz
จุดเด่นอีกอย่างคือแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 7,200mAh ซึ่งเหมาะกับคนที่เล่นเกมต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ร้านค้าไทยอย่าง BaNANA มีข้อมูลรุ่น iQOO Z11x 5G พร้อม RAM 8GB + ROM 256GB และแบตเตอรี่ 7,200mAh ในช่วงราคาประมาณ 9,900 บาท
จุดเด่น
- Dimensity 7400-Turbo
- RAM 8GB
- ROM 256GB
- แบตเตอรี่ 7,200mAh
- จอ 120Hz
- IP68/IP69
เหมาะกับ: เกมเมอร์ที่ต้องการแบตอึดและเล่นเกมต่อเนื่อง
3. realme 15T 5G

realme 15T 5G เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการมือถือที่ไม่ได้เน้นแค่เล่นเกม แต่ยังต้องการหน้าจอสวยและใช้งานด้านความบันเทิงด้วย
รุ่นนี้ใช้ Dimensity 6400 Max 5G พร้อม RAM 8GB + ROM 256GB และหน้าจอ AMOLED 120Hz
จุดเด่นอีกด้านคือแบตเตอรี่ 7,000mAh พร้อมชาร์จเร็ว 60W ทำให้เหมาะกับคนที่เล่นเกม ดู YouTube และใช้ Social Media ต่อเนื่องตลอดวัน
จุดเด่น
- AMOLED 120Hz
- Dimensity 6400 Max
- RAM 8GB + ROM 256GB
- แบตเตอรี่ 7,000mAh
- ชาร์จเร็ว 60W
- ลำโพงสเตอริโอ
เหมาะกับ: เกมเมอร์ที่ต้องการจอสวยและแบตอึด
4. TECNO POVA 7 5G

TECNO POVA เป็นตระกูลที่ออกแบบมาโดยเน้นประสิทธิภาพสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเล่นเกมในงบจำกัด
POVA 7 5G ใช้ Dimensity 7300 Ultimate พร้อม RAM 8GB + ROM 256GB และแบตเตอรี่ 6,000mAh
ราคาที่พบในร้านค้าไทยอยู่ประมาณ 7,999 บาท ทำให้เป็นหนึ่งในรุ่นที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการประสิทธิภาพต่อราคา
จุดเด่น
- Dimensity 7300 Ultimate
- RAM 8GB
- ROM 256GB
- แบตเตอรี่ 6,000mAh
- 5G
- ราคาค่อนข้างคุ้ม
5. nubia Neo 5 Pro 5G

nubia Neo Series เป็นอีกหนึ่งกลุ่มมือถือที่น่าสนใจสำหรับเกมเมอร์โดยเฉพาะ
nubia Neo 5 Pro 5G มาพร้อม Unisoc T9100 ความเร็วสูงสุด 2.7GHz, RAM 12GB + ROM 256GB และแบตเตอรี่ 6,000mAh
ที่น่าสนใจคือหน้าจอรีเฟรชเรตสูงถึง 144Hz ซึ่งเหมาะกับเกมที่รองรับเฟรมเรตสูง
ข้อมูลร้านค้าไทยระบุราคาอยู่ที่ประมาณ 8,999 บาท
จุดเด่น
- RAM 12GB
- ROM 256GB
- หน้าจอ 144Hz
- แบตเตอรี่ 6,000mAh
- ชิป Unisoc T9100
- ดีไซน์เน้นเกมเมอร์
เหมาะกับ: คนที่ต้องการ RAM เยอะและจอ Refresh Rate สูง
6. nubia Neo 5 5G

ถ้างบลดลงมาอีก nubia Neo 5 5G ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ โดยมี RAM 8GB + ROM 128GB, ชิป Unisoc T9300 และแบตเตอรี่ 6,050mAh
จุดเด่นคือหน้าจอ 144Hz ซึ่งสูงกว่ามือถือทั่วไปในระดับราคาเดียวกัน
ราคาที่พบในร้านค้าไทยอยู่ประมาณ 7,999 บาท
เหมาะกับ: เกมเมอร์งบประมาณประมาณ 8,000 บาท
7. TECNO POVA 8 5G

ถ้าเน้น แบตเตอรี่ใหญ่ TECNO POVA 8 5G เป็นรุ่นที่น่าสนใจมาก เพราะให้แบตเตอรี่ถึง 8,000mAh
ตัวเครื่องใช้ Dimensity 7100 พร้อม RAM 6GB + ROM 128GB และหน้าจอ 120Hz
ข้อมูลร้านค้าไทยระบุราคาช่วงประมาณ 9,999 บาท แต่ราคาอาจขยับขึ้นหรือลงตามโปรโมชั่น
จุดเด่น
- Dimensity 7100
- แบตเตอรี่ 8,000mAh
- จอ 120Hz
- 5G
- เหมาะกับการเล่นเกมต่อเนื่อง
8. Redmi Note 15 5G

Redmi Note 15 5G เหมาะกับคนที่ต้องการมือถือที่ เล่นเกมได้และใช้งานทั่วไปได้ดี
รุ่นนี้ใช้ Snapdragon 6 Gen 3 พร้อม RAM 8GB + ROM 256GB และหน้าจอ 120Hz
ราคาอ้างอิงประมาณ 7,990 บาท ทำให้เหลืองบสำหรับอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น เคสหรือพาวเวอร์แบงก์ได้อีกพอสมควร
จุดเด่น
- Snapdragon 6 Gen 3
- RAM 8GB
- ROM 256GB
- จอ 120Hz
- 5G
- ราคาไม่ถึง 8,000 บาท
9. POCO M8 5G

สำหรับคนที่มีงบประมาณประมาณ 7,000–8,000 บาท POCO M8 5G เป็นอีกตัวเลือกที่ควรนำมาเปรียบเทียบ
Xiaomi Thailand ระบุราคาโปรโมชั่น Early Bird เริ่มต้น 7,499 บาท ขณะที่จุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่ตัวเครื่องบาง น้ำหนักไม่มาก และแบตเตอรี่ซิลิคอน-คาร์บอน
แม้จะไม่แรงเท่า M8 Pro แต่เหมาะกับเกมเมอร์ที่เล่นเกมทั่วไปและต้องการมือถือ 5G ในราคาประหยัด
เหมาะกับ: ROV, Free Fire และเกมทั่วไป
10. realme C85 5G

ปิดท้ายด้วย realme C85 5G ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องการ จอรีเฟรชเรตสูงและแบตเตอรี่ขนาดใหญ่
จุดเด่นคือหน้าจอ 144Hz และแบตเตอรี่ 7,000mAh ทำให้เหมาะกับการเล่นเกมและการใช้ Social Media ต่อเนื่อง
ข้อมูลตลาดมือถือปี 2026 ระบุราคาอ้างอิงประมาณ 7,999 บาทสำหรับรุ่นนี้
จุดเด่น
- หน้าจอ 144Hz
- แบตเตอรี่ 7,000mAh
- 5G
- เหมาะกับเกมและความบันเทิง
- ราคาอยู่ในงบ
เกมไหนเหมาะกับมือถือราคาไม่เกิน 10,000 บาท?
มือถือในกลุ่มนี้สามารถเล่นเกมยอดนิยมได้หลายประเภท แต่ระดับกราฟิกและเฟรมเรตที่เหมาะสมจะแตกต่างกันตามชิปและระบบระบายความร้อน
ROV
เกมอย่าง ROV ไม่ได้ต้องการสเปกสูงเท่าเกมกราฟิกหนัก ดังนั้นมือถือที่ใช้ชิประดับกลางพร้อมหน้าจอ 90Hz หรือ 120Hz ก็สามารถตอบโจทย์ได้ดี
PUBG Mobile
ควรเลือกรุ่นที่มีชิปประสิทธิภาพสูงขึ้น เช่น POCO M8 Pro 5G, iQOO Z11x 5G หรือ TECNO POVA 7 5G หากต้องการเล่นต่อเนื่องและปรับกราฟิกสูงขึ้น
Free Fire
เป็นเกมที่ค่อนข้างเข้าถึงง่ายสำหรับมือถือระดับกลาง รุ่นราคาประมาณ 7,000–10,000 บาทจำนวนมากสามารถรองรับการเล่นได้
Genshin Impact และเกมกราฟิกหนัก
เกมประเภทนี้ควรให้ความสำคัญกับ ชิปเซ็ตและระบบระบายความร้อน มากกว่าความละเอียดหน้าจอหรือจำนวน RAM เพียงอย่างเดียว
หากเน้นเกมกราฟิกหนักในงบนี้ POCO M8 Pro 5G เป็นรุ่นที่น่าสนใจที่สุดรุ่นหนึ่งจาก Snapdragon 7s Gen 4 ขณะที่ iQOO Z11x 5G และ TECNO POVA 7 5G เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจรองลงมา
วิธีเลือกมือถือเล่นเกมไม่เกิน 10,000 บาท
1. ดูชิปก่อน RAM
RAM 12GB ไม่ได้แปลว่าจะเล่นเกมได้ดีกว่า RAM 8GB เสมอไป หากชิปเซ็ตอ่อนกว่า
ดังนั้นสำหรับมือถือเล่นเกมควรให้ความสำคัญกับ CPU + GPU ก่อน จากนั้นจึงดู RAM และพื้นที่เก็บข้อมูล
2. เลือกหน้าจอ 120Hz ขึ้นไป
หน้าจอ 120Hz ทำให้การเลื่อนหน้าจอและการเคลื่อนไหวดูต่อเนื่องกว่า 60Hz และเหมาะกับเกมที่รองรับเฟรมเรตสูง
ถ้ามีงบประมาณใกล้ 10,000 บาท ควรเลือกอย่างน้อย 120Hz และถ้าเจอรุ่น 144Hz ในราคาที่ใกล้กันก็ถือเป็นข้อได้เปรียบ
3. ระบบระบายความร้อนสำคัญมาก
มือถืออาจแรงในช่วงแรก แต่เมื่อเล่นเกมต่อเนื่องและเครื่องร้อน ประสิทธิภาพอาจลดลงได้
ดังนั้นถ้าเป็นเกมเมอร์จริงจังควรดูข้อมูลเกี่ยวกับ Vapor Chamber, Graphite, Graphene หรือระบบระบายความร้อนที่ผู้ผลิตติดตั้งมาให้ด้วย
4. แบตเตอรี่ควรประมาณ 5,500mAh ขึ้นไป
สำหรับการเล่นเกม แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ช่วยให้เล่นได้นานขึ้น โดยมือถือปี 2026 หลายรุ่นในงบนี้มีแบตเตอรี่ตั้งแต่ 6,000mAh ไปจนถึง 8,000mAh แล้ว
5. อย่าดูแค่ Refresh Rate
จอ 144Hz ไม่ได้หมายความว่าเกมทุกเกมจะทำได้ 144 FPS
ควรดูทั้งประสิทธิภาพของชิป เกมที่เล่น และการรองรับเฟรมเรตของเกมด้วย
10 มือถือเล่นเกมไม่เกิน 10,000 บาท รุ่นไหนน่าซื้อที่สุด?
ถ้าเน้น ความแรงโดยรวม ผมให้ POCO M8 Pro 5G เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ เพราะได้ Snapdragon 7s Gen 4, AMOLED 1.5K 120Hz, RAM 8GB + ROM 256GB และชาร์จ 100W โดยมีโปรโมชั่นในไทยเริ่มต้น 8,999 บาท
ถ้าเน้น แบตเตอรี่ ให้ดู iQOO Z11x 5G ที่มีแบตเตอรี่ 7,200mAh หรือ TECNO POVA 8 5G ที่ให้แบตเตอรี่สูงถึง 8,000mAh
ถ้าเน้น จอ Refresh Rate สูง nubia Neo 5 Pro 5G และ nubia Neo 5 5G เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะรองรับหน้าจอ 144Hz
แต่ถ้าต้องการ ความคุ้มค่ารอบด้าน และไม่ได้เล่นเกมกราฟิกหนักตลอดเวลา realme 15T 5G และ Redmi Note 15 5G ก็เป็นตัวเลือกที่สมดุลทั้งด้านจอ แบตเตอรี่ พื้นที่เก็บข้อมูล และประสิทธิภาพ
สรุป
ในปี 2026 งบประมาณ 10,000 บาท สามารถหามือถือที่เล่นเกมได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะเกมอย่าง ROV, Free Fire และ PUBG Mobile
ถ้าให้จัดกลุ่มแบบเข้าใจง่าย
แรงที่สุด: POCO M8 Pro 5G
แบตอึด: iQOO Z11x 5G
จอสวย: realme 15T 5G
จอ 144Hz: nubia Neo 5 Pro 5G
RAM เยอะ: nubia Neo 5 Pro 5G
แบตใหญ่มาก: TECNO POVA 8 5G
คุ้มราคาประมาณ 8,000 บาท: Redmi Note 15 5G
งบประมาณประมาณ 7,500 บาท: POCO M8 5G
ทั้งนี้ ราคาหน้าร้านและราคาโปรโมชั่นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นก่อนซื้อควรตรวจสอบราคา รุ่นความจุ และโปรโมชั่นล่าสุดอีกครั้ง
