รู้จักสิทธิ "Cooling-Off Period" บอกเลิกสัญญายกเลิกสั่งซื้อสินค้าก่อน 30 วัน (เฉพาะซื้อของออนไลน์เท่านั้น)

รู้จักสิทธิ “Cooling-Off Period” บอกเลิกสัญญายกเลิกสั่งซื้อสินค้าก่อน 30 วัน (เฉพาะซื้อของออนไลน์เท่านั้น)

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยเจอการขายที่ไม่เป็นธรรม หรือระแวงการได้ของไม่ตรงปก เดี๋ยวนี้ประเทศไทยเราเองก็มีกฎหมายคุ้มครองการ “บอกเลิกสัญญาได้ภายใน 30 วัน” นับแต่วันที่ได้รับสินค้า โดยไม่ต้องระบุเหตุผลใดๆ โดยเฉพาะหากเป็นกรณีเข้าใจผิดเรื่องราคาหรือเงื่อนไข สามารถใช้สิทธินี้ได้ทันที!

สิทธิ “Cooling-Off Period” คืออะไร ตรงกับกฎหมายไทยข้อไหน?

เดิมทีเราคุ้นเคยกับการซื้อขายที่ตกลงกันระหว่างคนซื้อ คนขาย หรือการยอมรับสินค้าราคาเซลล์กับป้ายที่เขียนว่า “ซื้อแล้วไม่รับเปลี่ยนคืน” ซึ่งอย่างไรก็ตามหลายท่านยังไม่ทราบว่ามีกฎหมายอีกข้อคุ้มครองการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น E-Commerce ใน Market Place ต่างๆ หรือการสั่งซื้อผ่าน Social Media ก็สามารถขอคืนเงิน และยกเลิกจากผู้ขายได้

รู้จักสิทธิ "Cooling-Off Period" บอกเลิกสัญญายกเลิกสั่งซื้อสินค้าก่อน 30 วัน (เฉพาะซื้อของออนไลน์เท่านั้น)

สิทธิ “Cooling-Off Period” คือ ระยะเวลาผ่อนผันหรือระยะเวลาไตร่ตรองที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนใจ ยกเลิกสัญญา หรือคืนสินค้าได้โดยไม่ต้องระบุเหตุผล หากคุณเคยยกเลิกสินค้าใน SHOPEE, LAZADA และ TikTok Shop อยู่บ่อยๆ ก็จะเห็นว่ามีช่องให้เลือกเปลี่ยน คืนสินค้า

ในทางกฎหมายไทย สิทธินี้ถูกบัญญัติไว้ภายใต้ พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 (ซึ่งครอบคลุมถึงการซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ด้วย) โดยเฉพาะใน มาตรา 33 ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ในการซื้อสินค้าหรือบริการผ่านตลาดแบบตรง ผู้บริโภคมีสิทธิเลิกสัญญาโดยการส่งหนังสือแสดงเจตนาภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจคืนเงินเต็มจำนวนให้กับผู้ซื้อ

กรณีโอนเงินแล้ว แต่ “ยังไม่ได้รับสินค้า” และเข้าใจผิดเรื่องราคา ทำอย่างไรดี?

รู้จักสิทธิ "Cooling-Off Period" บอกเลิกสัญญายกเลิกสั่งซื้อสินค้าก่อน 30 วัน (เฉพาะซื้อของออนไลน์เท่านั้น)

หากคุณเพิ่งรู้ตัวว่าเข้าใจผิดเรื่องราคา โอนเงินไปครบถ้วนแล้ว แต่สินค้า ยังไม่ได้ถูกจัดส่งหรือยังไม่ได้รับสินค้า ถือว่าคุณอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบทางกฎหมายอย่างมาก เนื่องจากกระบวนการส่งมอบยังไม่สมบูรณ์ สิทธิที่คุณสามารถใช้ได้ทันทีมีดังนี้:

  1. สิทธิในการบอกเลิกคำสั่งซื้อ: เมื่อยังไม่ได้รับสินค้า คุณมีสิทธิเต็มที่ในการแจ้งยกเลิกคำสั่งซื้อและขอเงินคืนเต็มจำนวนได้ทันที โดยอ้างอิงสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการเลิกสัญญา ซึ่งคู่สัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม (ร้านค้าต้องคืนเงินให้คุณทั้งหมด)
  2. ดำเนินการผ่านแพลตฟอร์มหรือร้านค้าโดยตรง: หากซื้อผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce ชั้นนำ สามารถกดปุ่มขอคืนเงินในระบบได้ทันที แต่หากซื้อผ่านโซเชียลมีเดียโดยตรง ควร รีบแจ้งแชทขอยกเลิกและขอเลขที่บัญชีเพื่อรับเงินคืนโดยเร็วที่สุด

หากซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ (Shopee / Lazada / TikTok Shop)

หากทำรายการผ่านแพลตฟอร์มเหล่านี้ ระบบจะมีปุ่ม “ขอคืนเงิน/คืนสินค้า” (Return/Refund) ซึ่งผู้ซื้อสามารถกดทำรายการได้ทันทีภายในระยะเวลาประกันสินค้าของแพลตฟอร์ม (มักจะอยู่ระหว่าง 5 ถึง 15 วันนับแต่ได้รับสินค้า) โดยระบบจะดึงเงินที่โอนไปพักไว้และคืนให้หลังจากร้านค้ายืนยันหรือแพลตฟอร์มตรวจสอบเสร็จสิ้น

ตัวอย่างการยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์ม E-commerce ชั้นนำอย่าง SHOPEE, LAZADA และ TikTok SHOP

ตัวอย่างการยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้าจาก SHOPEE

ตัวอย่างการยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้าจาก SHOPEE
ตัวอย่างการขอยกเลิกสินค้ากับทาง SHOPEE ทางร้านค้าจะสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการตัดสินใจขอยกเลิก ไม่ว่าจะเป็น “เจอสินค้าที่ราคาถูกกว่า” “เจอส่วนลดที่ถูกกว่า” หรือแม้กระทั่ง “ไม่ต้องการสินค้าแล้ว” และจะคืนเงินในช่องทางที่คุณทำการสั่งซื้อเอาไว้

ตัวอย่างการยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้าจาก LAZADA

ตัวอย่างการยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้าจาก LAZADA
ตัวอย่างการขอยกเลิกสินค้ากับทาง LAZADA เมื่อกดยกเลิกแล้วไม่ต้องรอให้ทางร้านค้าอนุมัติ และวงเงินจะกลับเข้าสู่ช่องทางที่ชำระ โดยเฉพาะ LAZADA PayLater ที่สะดวก รวดเร็วทั้งการสั่งซื้อและกดยกเลิก

ตัวอย่างการยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้าจาก TikTok SHOP

ตัวอย่างการยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้าจาก TikTok SHOP
ตัวอย่างการขอยกเลิกสินค้าของ TikTok Shop มีเงื่อนไขเช่นเดียวกันกับแพลตฟอร์มอื่น แต่หากรับสินค้าแล้วต้องรอเงินคืนหลังจากส่งคืนสินค้ากับช่องทางที่เลือกจัดส่ง

สิ่งที่ผู้ซื้อต้องปฏิบัติเมื่อต้องการยกเลิกและคืนสินค้า

  • แจ้งผู้ขายเป็นลายลักษณ์อักษร: ควรแจ้งยกเลิกสัญญาและขอคืนเงินผ่านทางแชทหรือช่องทางที่ติดต่อร้านค้าโดยเร็วที่สุดก่อนที่จะมีการจัดส่งสินค้า หรือหากได้รับสินค้าแล้วต้องรีบแจ้งและส่งคืนในสภาพเดิม
  • สภาพสินค้า: สินค้าต้องอยู่ในสภาพเดิม ไม่เสียหายจากการใช้งานของผู้ซื้อ และควรส่งคืนภายในระยะเวลาที่กฎหมายหรือร้านค้ากำหนด
  • ค่าใช้จ่ายในการส่งคืน: ตามกฎหมาย หากผู้บริโภคใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ผู้บริโภคมีหน้าที่ส่งคืนสินค้าในสภาพเดิม แต่ค่าใช้จ่ายในการส่งคืนอาจขึ้นอยู่กับข้อตกลงหรือนโยบายของแพลตฟอร์มนั้นๆ (เช่น Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop จะมีระบบขอคืนเงิน/คืนสินค้าที่คุ้มครองผู้ซื้ออยู่แล้ว)

หากร้านค้าหรือผู้ขายแจ้งว่าจะไม่คืนเงิน จะส่งสินค้า ร้านค้าถือว่ามีความผิดตามกฎหมายนี้อย่างไร

หากร้านค้ายังยืนกรานที่จะไม่คืนเงินและยืนยันจะจัดส่งสินค้าทั้งที่คุณได้แสดงเจตนาขอยกเลิกคำสั่งซื้อไปแล้วก่อนที่สินค้าจะถูกส่งมอบ ร้านค้านั้นจะถือว่ามีความผิดและมีความรับผิดชอบทางกฎหมายดังนี้

1. ความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค (พ.ร.บ. ขายตรงและตลาดแบบตรง)

เมื่อผู้บริโภคใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามกฎหมาย (เนื่องจากการซื้อขายออนไลน์ถือเป็นตลาดแบบตรง) หน้าที่ตามกฎหมายของผู้ประกอบธุรกิจคือ ต้องคืนเงินเต็มจำนวนให้แก่ผู้บริโภค การที่ร้านค้าดึงดันจะส่งสินค้าและไม่ยอมคืนเงิน ถือเป็นการขัดขวางหรือปฏิเสธสิทธิของผู้บริโภค ซึ่งมีโทษปรับตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค

2. ความผิดทางแพ่งฐานผิดสัญญาและลาภมิควรได้

ในทางกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อคุณบอกเลิกสัญญาอย่างถูกต้องแล้ว สัญญาจะระงับลงและคู่สัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม (คุณไม่ได้สินค้า ร้านค้าไม่ได้เงิน) การที่ร้านค้าฝืนส่งสินค้ามาและยึดเงินของคุณไว้ จะเข้าข่าย:

  • ผิดสัญญาซื้อขาย: เพราะเป็นการบังคับส่งมอบสินค้าในขณะที่สัญญาถูกบอกเลิกไปแล้ว
  • ลาภมิควรได้ (ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 406): เงินที่คุณโอนไปแล้วกลายเป็นเงินที่ปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ ร้านค้าไม่มีสิทธิยึดถือไว้ และต้องคืนให้แก่คุณพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

3. ความเสี่ยงที่จะเข้าข่ายความผิดอาญา (ฉ้อโกง)

หากร้านค้ามีพฤติกรรมหลอกลวง ปกปิด หรือแสดงเจตนาทุจริตตั้งแต่แรก (เช่น ตั้งใจลงราคาให้เข้าใจผิดเพื่อล่อลวงให้คนโอนเงิน แล้วพอคนรู้ตัวก็ตัดบทเชิดเงินหนีหรือบังคับส่งของไม่มีคุณภาพมาให้) อาจเข้าข่าย ความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกและปรับ

แนวทางรับมือเมื่อร้านค้าหัวหมอจะส่งของให้ได้

  • ปฏิเสธการรับพัสดุ: หากบริษัทขนส่งนำสินค้ามาส่งถึงบ้าน ให้ปฏิเสธการรับพัสดุ (ตีของกลับไปที่ร้านค้า) และถ่ายรูปหลักฐานการปฏิเสธการรับไว้ เพื่อไม่ให้ร้านค้าอ้างได้ว่าคุณรับสินค้าไปแล้ว
  • เก็บหลักฐานการแชท: แคปหน้าจอแชทที่คุณขอยกเลิกก่อนที่ร้านจะส่งของเก็บไว้ให้ครบถ้วน เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่าคุณแจ้งยกเลิก “ก่อน” ที่สินค้าจะถูกจัดส่ง
  • ดำเนินการร้องเรียน: หากร้านยังนิ่งเฉย สามารถนำหลักฐานทั้งหมดไปแจ้งความลงบันทึกประจำวัน หรือร้องเรียนผ่าน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ผ่านทางสายด่วน 1166 หรือเว็บไซต์ OCPB ได้ทันที

การซื้อสินค้าออนไลน์มีความยืดหยุ่นสูงกว่าการซื้อหน้าร้านทั่วไปเพราะมีกฎหมายคุ้มครองการขายผ่านตลาดแบบตรงรองรับ หากคุณเจอเหตุการณ์เข้าใจผิดเรื่องราคา รีบตรวจสอบสถานะสินค้าและแจ้งยกเลิกกับผู้ขายทันทีก่อนที่สินค้าจะถูกจัดส่ง เพื่อรักษาสิทธิและหลีกเลี่ยงขั้นตอนการส่งคืนสินค้าที่ยุ่งยากในภายหลัง

Read More :

Leave a Reply