การมีแหล่งโปรตีนคุณภาพดีไว้หลังบ้านอย่างการเลี้ยงไก่ไข่ กลายเป็นงานอดิเรกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน สำหรับมือใหม่ที่สงสัยว่าควรเริ่มต้นอย่างไรดี บทความนี้ Mycontent-thai.com จะพาไปรู้จักกับ ไก่ไข่ 10 สายพันธุ์ ที่ขึ้นชื่อว่าเลี้ยงง่าย อดทน และให้ผลผลิตคุ้มค่า พร้อมข้อมูลราคาและเทคนิคการเริ่มต้นครับ
ไก่ไข่ ภาษาอังกฤษ เรียกว่าอะไร?
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักชื่อเรียกสากลกันก่อนครับ ไก่ไข่ ภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า “Laying Hen” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “Layer”ซึ่งหมายถึงแม่ไก่ที่ถูกเลี้ยงขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ในการวางไข่โดยเฉพาะครับ
ไก่ไข่ 10 สายพันธุ์ ที่นิยมเลี้ยงที่สุดในไทย
การเลือก ไก่ไข่ 10 สายพันธุ์ นี้ พิจารณาจากความทนทานต่อสภาพอากาศในไทยและปริมาณการให้ไข่ต่อปีครับ:
1. ไก่ไข่สายพันธุ์โร้ดไอส์แลนด์เรด (Rhode Island Red)
โร้ดไอส์แลนด์เรด (Rhode Island Red): สุดยอดไก่พันธุ์แท้ ทนทาน ให้ไข่เปลือกสีน้ำตาล
- ลักษณะ: ขนสีน้ำตาลแดงเข้ม ตัวใหญ่ แข็งแรง
- ผลผลิต: 250 – 300 ฟองต่อปี (ไข่เปลือกสีน้ำตาล)
- ลูกไก่: ราคา 25 – 35 บาทต่อตัว
- แม่ไก่สาว: ราคา 200 – 250 บาทต่อตัว
- อายุขัย: 8 – 12 ปี
2. ไก่ไข่สายพันธุ์เลกฮอร์นขาว (White Leghorn)
เลกฮอร์นขาว (White Leghorn): ให้ไข่ดกมาก (ไข่เปลือกสีขาว) กินอาหารน้อย
- ลักษณะ: ตัวเล็ก ขนสีขาวสะอาด หงอนแดงใหญ่
- ผลผลิต: 280 – 300 ฟองต่อปี (ไข่เปลือกสีขาว)
- ลูกไก่: ราคา 20 – 30 บาทต่อตัว
- แม่ไก่สาว: ราคา 180 – 220 บาทต่อตัว
- อายุขัย: 4 – 6 ปี
3. ไก่ไข่สายพันธุ์อีซ่า บราวน์ (ISA Brown)
อีซ่า บราวน์ (ISA Brown): ลูกผสมยอดฮิต ให้ไข่ฟองใหญ่และดกต่อเนื่อง
- ลักษณะ: ลูกผสม ขนสีน้ำตาลอ่อน ปลายขนหางสีขาว
- ผลผลิต: 300 – 320 ฟองต่อปี (ไข่ดกมาก ฟองใหญ่)
- ลูกไก่: ราคา 28 – 35 บาทต่อตัว
- แม่ไก่สาว: ราคา 190 – 230 บาทต่อตัว
- อายุขัย: 2 – 4 ปี
4. ไก่ไข่สายพันธุ์ไฮ-ไลน์ บราวน์ (Hy-Line Brown)
ไฮ-ไลน์ บราวน์ (Hy-Line Brown): ทนโรคได้ดีมาก เหมาะกับอากาศร้อนในไทย
- ลักษณะ: ยอดนิยมในไทย ทนความร้อนสูง ปรับตัวเก่ง
- ผลผลิต: 300 – 320 ฟองต่อปี (เปลือกไข่แข็งแรง)
- ลูกไก่: ราคา 25 – 30 บาทต่อตัว
- แม่ไก่สาว: ราคา 180 – 220 บาทต่อตัว
- อายุขัย: 2 – 5 ปี
5. ไก่ไข่สายพันธุ์บาร์ พลีมัทร็อค (Barred Plymouth Rock)
บาร์ พลีมัทร็อค (Barred Plymouth Rock): ลายขวางขาวดำสวยงาม เลี้ยงง่าย นิสัยเป็นมิตร
- ลักษณะ: ขนลายขวางขาวสลับดำ นิสัยสุภาพ
- ผลผลิต: 200 – 220 ฟองต่อปี (ไข่เปลือกสีน้ำตาลอมชมพู)
- ลูกไก่: ราคา 30 – 40 บาทต่อตัว
- แม่ไก่สาว: ราคา 220 – 280 บาทต่อตัว
- อายุขัย: 8 – 10 ปี
6. ไก่ไข่สายพันธุ์ลอห์มันน์ บราวน์ (Lohmann Brown)
ลอห์มันน์ บราวน์ (Lohmann Brown): ปรับตัวเข้ากับกรงตับหรือการเลี้ยงแบบปล่อยพื้นได้ดี
- ลักษณะ: โครงสร้างดี ให้ไข่คุณภาพสม่ำเสมอ
- ผลผลิต: 310 – 320 ฟองต่อปี (เปลือกสีน้ำตาลเข้ม)
- ลูกไก่: ราคา 28 – 35 บาทต่อตัว
- แม่ไก่สาว: ราคา 190 – 240 บาทต่อตัว
- อายุขัย: 3 – 5 ปี
7. ไก่ไข่สายพันธุ์ออสตราลอป (Australorp)
ออสตราลอป (Australorp): ไก่ตัวใหญ่ ขนดำเงา ให้ไข่ดีแม้ในฤดูหนาว
- ลักษณะ: ขนสีดำเหลือบเขียวเงางาม นิสัยเชื่อง
- ผลผลิต: 250 – 280 ฟองต่อปี (ทนหนาวได้ดี)
- ลูกไก่: ราคา 35 – 50 บาทต่อตัว
- แม่ไก่สาว: ราคา 250 – 350 บาทต่อตัว
- อายุขัย: 6 – 10 ปี
8. ไก่ไข่สายพันธุ์ซัสเซ็กซ์ (Sussex)
ซัสเซ็กซ์ (Sussex): ไก่สองวัตถุประสงค์ เลี้ยงไว้กินไข่ก็ได้ หรือเนื้อก็ดี
- ลักษณะ: ขนสีขาวมีสร้อยคอสีดำ สวยงามสง่า
- ผลผลิต: 200 – 250 ฟองต่อปี (ไข่มีขนาดใหญ่)
- ลูกไก่: ราคา 35 – 50 บาทต่อตัว
- แม่ไก่สาว: ราคา 250 – 380 บาทต่อตัว
- อายุขัย: 8 – 10 ปี
9. ไก่ไข่สายพันธุ์บัฟ ออร์พิงตัน (Buff Orpington)
บัฟ ออร์พิงตัน (Buff Orpington): ขนสีเหลืองทองสวยงาม นิสัยเชื่องมาก เหมาะเป็นสัตว์เลี้ยง
- ลักษณะ: ตัวกลมใหญ่ ขนฟูสีเหลืองทอง นิสัยอ่อนโยน
- ผลผลิต: 180 – 200 ฟองต่อปี (นิยมเลี้ยงประดับด้วย)
- ลูกไก่: ราคา 40 – 60 บาทต่อตัว
- แม่ไก่สาว: ราคา 300 – 450 บาทต่อตัว
- อายุขัย: 8 – 10 ปี
10. ไก่ไข่สายพันธุ์ไก่ไข่ไทย (เช่น พันธุ์ปากช่อง)
ไก่พันธุ์ไข่ไทย (เช่น พันธุ์ปากช่อง): ถูกพัฒนามาเพื่อเลี้ยงแบบปล่อยในบ้านเราโดยเฉพาะ
- ลักษณะ: แข็งแรง ทนโรคและแมลงในไทยได้ดีที่สุด
- ผลผลิต: 250 – 280 ฟองต่อปี (ไข่เปลือกสีน้ำตาลนวล)
- ลูกไก่: ราคา 20 – 25 บาทต่อตัว
- แม่ไก่สาว: ราคา 170 – 210 บาทต่อตัว
- อายุขัย: 5 – 8 ปี
| สายพันธุ์ | ลักษณะเด่น | ผลผลิต (ฟอง/ปี) | เริ่มให้ไข่ (สัปดาห์) | อายุขัย (ปี) |
| โร้ดไอส์แลนด์เรด | ขนสีน้ำตาลเข้ม แข็งแรงมาก ทนทุกสภาพอากาศ | 250 – 300 | 20 – 24 | 8 – 12 |
| เลกฮอร์นขาว | ตัวเล็ก ขนสีขาว ให้ไข่เปลือกสีขาว กินอาหารน้อย | 280 – 300 | 18 – 20 | 4 – 6 |
| บาร์ พลีมัทร็อค | ขนลายขาวสลับดำ นิสัยดี เหมาะเป็นสัตว์เลี้ยง | 200 – 220 | 22 – 24 | 8 – 10 |
| อีซ่า บราวน์ (ไฮบริด) | ลูกผสมยอดฮิต ให้ไข่ดกสม่ำเสมอ ฟองใหญ่ | 300 – 320 | 18 – 19 | 2 – 4 |
| ไฮ-ไลน์ บราวน์ | พันธุ์ยอดนิยมในฟาร์มไทย ทนร้อนได้ดีเยี่ยม | 300 – 320 | 18 – 20 | 2 – 5 |
| ลอห์มันน์ บราวน์ | ปรับตัวเก่ง ให้ไข่ฟองโต เปลือกสีเข้มสวย | 310 – 320 | 19 – 20 | 3 – 5 |
เริ่มต้น เลี้ยงไก่ไข่ 10 ตัว ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
สำหรับผู้เริ่มต้น เลี้ยงไก่ไข่ 10 ตัว ถือเป็นจำนวนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับครอบครัวขนาดกลาง เพราะคุณจะได้ไข่ประมาณ 7-9 ฟองต่อวัน
- พื้นที่: ไก่ 10 ตัว ต้องการพื้นที่เล้าประมาณ 4-5 ตารางเมตร (หากเลี้ยงแบบกึ่งปล่อย)
- อาหาร: ไก่ 1 ตัวกินอาหารประมาณ 100-120 กรัมต่อวัน
- น้ำ: ต้องสะอาดและมีให้กินตลอดเวลา
สำรวจราคา: ซื้อไก่ไข่ 10 ตัว ราคาเท่าไหร่?
พันธุ์ไก่ไข่ ราคา จะแตกต่างกันไปตามอายุของไก่ครับ:
- ลูกไก่: ราคาตัวละประมาณ 15 – 30 บาท (ต้องอนุบาลนานและเสี่ยงต่อการเสียชีวิต)
- ไก่สาว (อายุ 16-18 สัปดาห์): เป็นช่วงที่พร้อมไข่ทันที ราคาจะอยู่ที่ตัวละ 180 – 250 บาท
ดังนั้นหากคุณจะ ซื้อไก่ไข่ 10 ตัว ราคา รวมเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 1,800 – 2,500 บาท สำหรับชุดไก่สาวพร้อมให้ผลผลิตครับ
ไก่ไข่ กินอะไร?
การเลี้ยงไก่ไข่ให้ประสบความสำเร็จนั้น ไม่ได้จบลงเพียงแค่การเลือกสายพันธุ์ที่ดีหรือการสร้างโรงเรือนที่สะอาดเท่านั้น แต่ “อาหาร” คือกุญแจสำคัญที่จะตัดสินว่าไข่ไก่ที่คุณได้รับในแต่ละวันจะมีคุณภาพดีเพียงใด หากคุณเป็นมือใหม่ที่กำลังมองหาวิธีการบำรุงแม่ไก่ให้สุขภาพดีและให้ผลผลิตที่คุ้มค่า การเข้าใจเรื่องโภชนาการถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกกับ 5 อาหารไก่ไข่ คุณภาพดี ที่จะช่วยเปลี่ยนไข่ไก่ธรรมดาให้กลายเป็นไข่ไก่ที่เปี่ยมไปด้วยสารอาหารครับ
1. อาหารเม็ดสำเร็จรูปคุณภาพสูง (Layer Feed)
รากฐานสำคัญของความสะดวกและครบถ้วนคืออาหารเม็ดสำเร็จรูปสูตรสำหรับไก่ไข่โดยเฉพาะ ซึ่งถูกคำนวณสัดส่วนของโปรตีน พลังงาน และแร่ธาตุมาอย่างแม่นยำ โดยปกติแล้วไก่ไข่ต้องการโปรตีนประมาณ 16-18% เพื่อนำไปใช้ในการสร้างฟองไข่และการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย การเลือกใช้温馨อาหารสำเร็จรูปคุณภาพดีจะช่วยลดความเสี่ยงที่แม่ไก่จะขาดสารอาหาร จนนำไปสู่ปัญหาไข่ฟองเล็กหรือเปลือกไข่บางได้นั่นเอง
2. แหล่งแคลเซียมธรรมชาติ (เปลือกหอยและหินปูน)
หลายคนอาจเจอปัญหาแม่ไก่ไข่ออกมาแล้วเปลือกนิ่มหรือเปลือกเปราะแตกง่าย นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าแม่ไก่กำลังขาดแคลเซียมครับ เนื่องจากเปลือกไข่เกือบทั้งหมดประกอบด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต การเสริม “เปลือกหอยบด” หรือ “เศษเปลือกไข่เก่าที่ล้างสะอาดและอบแห้ง” ลงไปในมื้ออาหาร จะช่วยให้แม่ไก่มีแหล่งแร่ธาตุที่เพียงพอในการสร้างเปลือกไข่ที่แข็งแรง และยังช่วยลดการที่แม่ไก่ต้องดึงแคลเซียมจากกระดูกตัวเองออกมาใช้ ซึ่งจะส่งผลให้แม่ไก่อายุยืนขึ้นและขาแข็งแรงไม่เป็นอัมพาตง่ายครับ
3. ธัญพืชและรำข้าว (Energy Source)
เพื่อความกระปรี้กระเปร่าและพลังงานที่เพียงพอในการใช้ชีวิตและสร้างไข่ ธัญพืชอย่างข้าวโพดบด ข้าวเปลือก หรือรำข้าวละเอียด คือแหล่งคาร์โบไฮเดรตชั้นยอด โดยเฉพาะข้าวโพดบดที่นอกจากจะให้พลังงานสูงแล้ว ยังมีสารแคโรทีนอยด์ธรรมชาติที่ช่วยทำให้ “ไข่แดง” มีสีส้มสวยน่ารับประทานโดยไม่ต้องพึ่งสารเร่งสีสังเคราะห์ การผสมธัญพืชเหล่านี้ในสัดส่วนที่พอเหมาะจะช่วยให้แม่ไก่มีน้ำหนักตัวตามเกณฑ์และทนต่อสภาพอากาศที่แปรปรวนได้ดีขึ้น
4. พืชผักสีเขียวและสมุนไพร (Vitamins & Immunity)
การเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยเดินเล่น (Free-range) ให้พวกเขามีโอกาสเล็มหญ้าหรือกินผักสด เช่น ผักบุ้ง กล้วยน้ำว้า หรือใบกระถิน คือเคล็ดลับที่ทำให้ไข่ไก่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงขึ้น พืชผักสีเขียวเหล่านี้อุดมไปด้วยวิตามินอีและวิตามินเอ ซึ่งจะสะสมเข้าไปอยู่ในไข่ไก่ นอกจากนี้ การเสริมสมุนไพรไทยอย่าง “ขมิ้นชัน” หรือ “ฟ้าทะลายโจร” บดผสมอาหารในปริมาณเล็กน้อย ยังช่วยบำรุงระบบทางเดินอาหารและสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ ทำให้ลดการใช้ยาปฏิชีวนะได้อย่างเห็นผล
5. อาหารเสริมโปรตีนจากธรรมชาติ (Probiotics & Protein)
สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มคุณภาพไข่ให้พรีเมียมยิ่งขึ้น การเสริมโปรตีนสด เช่น หนอนนก ปลวก หรือแม้แต่การหมักอาหารด้วยจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ (EM) จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารของไก่ทำงานได้สมบูรณ์แบบ เมื่อระบบย่อยดี ไก่ก็จะดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้ทั้งหมด ส่งผลให้ไข่ไก่ที่ได้ฟองใหญ่ ไข่ขาวหนานุ่ม และไม่มีกลิ่นคาว
5 อาหารไก่ไข่ ยี่ห้อไหนดี: เจาะลึกแบรนด์ดังคุณภาพพรีเมียม พร้อมเช็กราคาอัปเดตปี 2569
การเลือกอาหารไก่ไข่คือการลงทุนที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำฟาร์มหลังบ้าน เพราะอาหารที่มีโภชนาการครบถ้วนไม่เพียงแต่ช่วยให้แม่ไก่สุขภาพแข็งแรง แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อ “คุณภาพของไข่” ทั้งในเรื่องของขนาด ความหนาของเปลือก และสีของไข่แดงครับ สำหรับมือใหม่หรือเกษตรกรที่กำลังตัดสินใจว่า อาหารไก่ไข่ ยี่ห้อไหนดี บทความนี้ได้รวบรวม 5 แบรนด์ยอดนิยมในตลาดไทย พร้อมรายละเอียดราคาเฉลี่ยทั้งแบบยกกระสอบและแบ่งขายมาฝากกันครับ
1. อาหารไก่ไข่ยี่ห้อ CP (ซีพี) – สตาร์ฟีด / เซฟฟีด
ยี่ห้ออันดับหนึ่งที่ครองใจคนเลี้ยงไก่ไข่มาอย่างยาวนาน ด้วยมาตรฐานการผลิตระดับอุตสาหกรรมที่มีสูตรอาหารแม่นยำตามช่วงวัย โดยเฉพาะสูตร กข 114 หรือ CP 924 ที่เน้นบำรุงแม่ไก่ระยะไข่ให้ได้รับโปรตีนสม่ำเสมอถึง 17-18% ทำให้ไข่ฟองโตและไข่แดงมีสีสวยเป็นธรรมชาติ
- ราคาต่อกระสอบ (30 กก.): ประมาณ 530 – 590 บาท
- ราคาต่อกิโลกรัม (แบ่งขาย): ประมาณ 25 – 33 บาท
2. อาหารไก่ไข่ยี่ห้อ Betagro (เบทาโกร) – สูตร 124 / 124L
อีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ที่โดดเด่นเรื่องความสะอาดและกลิ่นที่หอมดึงดูดใจไก่ ช่วยให้แม่ไก่กินเก่งและให้ผลผลิตดกต่อเนื่อง สูตร เบทาโกร 124 ได้รับความนิยมมากในกลุ่มผู้เลี้ยงไก่ไข่สาว เพราะช่วยบำรุงโครงสร้างแม่ไก่ให้แข็งแรงและไข่มีเปลือกที่หนา ลดการแตกหักระหว่างเก็บเกี่ยวได้ดีเยี่ยม
- ราคาต่อกระสอบ (30 กก.): ประมาณ 510 – 570 บาท
- ราคาต่อกิโลกรัม (แบ่งขาย): ประมาณ 24 – 31 บาท
3. อาหารไก่ไข่ยี่ห้อ Sunfeed (ซันฟีด) – สูตร 915
แบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความคุ้มค่าและคุณภาพที่ “ไข่แดงแดงวุ้น” สมใจผู้บริโภค ซันฟีดเป็นอาหารที่เกษตรกรรายย่อยชื่นชอบเพราะราคาที่เป็นมิตรต่อกระเป๋าแต่คุณภาพโปรตีนไม่แพ้แบรนด์พรีเมียม โดยเฉพาะสูตรที่เน้นบำรุงการออกไข่ให้ยาวนานและลดอาการแม่ไก่เพลียหลังให้ไข่
- ราคาต่อกระสอบ (30 กก.): ประมาณ 470 – 530 บาท
- ราคาต่อกิโลกรัม (แบ่งขาย): ประมาณ 20 – 25 บาท
4. อาหารไก่ไข่ยี่ห้อ Centago (เซนทาโก) – สูตร 465

หากคุณเลี้ยงไก่ไข่ประดับหรือไก่แจ้ที่ต้องการไข่คุณภาพสูง แบรนด์นี้มักถูกหยิบยกมาแนะนำเสมอ เซนทาโกขึ้นชื่อเรื่องการคัดสรรวัตถุดิบที่สดใหม่และช่วยให้แม่ไก่มีขนสวยงามสุขภาพดีไปพร้อมๆ กับการให้ผลผลิตไข่ที่เป็นระเบียบสม่ำเสมอ
- ราคาต่อกระสอบ (30 กก.): ประมาณ 550 – 620 บาท
- ราคาต่อกิโลกรัม (แบ่งขาย): ประมาณ 28 – 35 บาท
5. อาหารไก่ไข่ยี่ห้อ แหลมทอง (Laemthong Feed)
เป็นแบรนด์เก่าแก่ที่อยู่คู่กับเกษตรกรไทยมานาน เน้นความสมดุลของสารอาหารตามธรรมชาติ ไก่ที่กินอาหารแหลมทองมักจะมีร่างกายสมบูรณ์และมีอายุการให้ไข่ (Laying period) ที่ยืนยาว ไข่ที่ได้มีความสดและรสชาติมันอร่อย เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นการเลี้ยงแบบวิถีธรรมชาติกึ่งอุตสาหกรรม
- ราคาต่อกระสอบ (30 กก.): ประมาณ 455 – 500 บาท
- ราคาต่อกิโลกรัม (แบ่งขาย): ประมาณ 18 – 23 บาท
การตัดสินใจเลือกยี่ห้อใดนั้นควรดูที่ “ความสะดวกในการหาซื้อ” และ “การตอบสนองของไก่” เป็นหลักครับ หากคุณเลี้ยงจำนวนน้อย 10-20 ตัว การซื้อแบบแบ่งขายกิโลละ 25-33 บาทอาจจะสะดวกกว่า แต่ถ้ามีแผนการเลี้ยงในระยะยาว การซื้อแบบยกกระสอบจะช่วยลดต้นทุนค่าอาหารลงได้อย่างน้อย 10-15% เลยทีเดียว
ที่สำคัญอย่าลืมเช็กวันผลิตที่ข้างกระสอบให้แน่ใจว่าอาหารยังใหม่สดเสมอ เพื่อให้แม่ไก่ของคุณได้รับสารอาหารครบถ้วนและมอบไข่สดคุณภาพเยี่ยมให้คุณในทุกๆ เช้าครับ
เทคนิคการเลี้ยงให้ไข่ดก
- แสงสว่าง: แม่ไก่ต้องการแสงวันละ 14-16 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นการตกไข่
- ความเครียด: พยายามอย่าให้หมาหรือแมวมากวนบริเวณเล้า เพราะถ้าไก่ตกใจจะหยุดไข่ทันที
- ความสะอาด: ล้างรางน้ำและทำความสะอาดวัสดุปูพื้นสม่ำเสมอเพื่อป้องกันโรค
สรุป: การเลือกหนึ่งใน ไก่ไข่ 10 สายพันธุ์ มาเลี้ยงที่บ้าน ไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าครองชีพ แต่ยังเป็นกิจกรรมที่สร้างความเพลิดเพลินได้ดีอีกด้วยครับ
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- รู้จัก “ปลาบอลลูน” มีกี่สายพันธุ์ เลี้ยงยากไหม และกินอะไรบ้าง?
- “แพะ” มีนิสัยอย่างไร เลี้ยงยากไหม เหมาะเป็นสัตว์เลี้ยงหรือเปล่า?
- “หนูแกสบี้” เลี้ยงอย่างไร? มีกลิ่นเหม็นไหม
- หญ้าธีโมทีมีกี่เกรด เลือกแบบไหนดีสำหรับกระต่าย
- 5 ขนส่งสัตว์ข้ามจังหวัด ราคาถูก ไว้ใจได้!
คำค้นหา : ไก่ไข่ ภาษาอังกฤษ, พันธุ์ไก่ไข่ ราคา,เลี้ยงไก่ไข่ 10 ตัว,ไก่ไข่ 10 สายพันธุ์, ซื้อไก่ไข่ 10 ตัว ราคา
















