สรุปเส้นทางเลี่ยง "เครนถล่มพระราม 2 กม.30" : คู่มือวางแผนเดินทางสำหรับรถขาเข้า-ขาออก

สรุปเส้นทางเลี่ยง “เครนถล่มพระราม 2 กม.30” : คู่มือวางแผนเดินทางสำหรับรถขาเข้า-ขาออก

เหตุการณ์ไม่คาดฝันบริเวณ กม.30 ถนนพระราม 2 ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการจราจรเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมต่อกรุงเทพฯ กับภาคใต้ เพื่อความสะดวกรวดเร็วและลดความแออัดในจุดเกิดเหตุ ทางกองบังคับการตำรวจทางหลวงได้แนะนำเส้นทางสำรองที่ผู้ขับขี่ควรทราบ ดังนี้

1. เส้นทางเลี่ยงสำหรับ “ขาเข้ากรุงเทพฯ” (Inbound)

สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากภาคใต้หรือจังหวัดใกล้เคียง มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ แนะนำให้หลีกเลี่ยงจุดเกิดเหตุโดยใช้เส้นทางดังนี้:

  • สายหลักจากภาคใต้: แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ ถนนเพชรเกษม (ทล.4) ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อเข้าสู่กรุงเทพฯ โดยตรง จะช่วยเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดสะสมบนพระราม 2 ได้ดีที่สุด
  • จากสมุทรสงคราม/บ้านแพ้ว: ให้ใช้เส้นทาง ทล.375 (ถนนบ้านบ่อ-พระประโทน) มุ่งหน้าผ่าน อ.บ้านแพ้ว ไปออกทางจังหวัดนครปฐม จากนั้นเลือกใช้ ถนนเพชรเกษม หรือ ถนนบรมราชชนนี (ทล.338) เพื่อเข้าสู่กรุงเทพฯ ตามความสะดวก

2. เส้นทางเลี่ยงสำหรับ “ขาออกกรุงเทพฯ” (Outbound)

สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ภาคใต้ มีทางเลือกในการเลี่ยงจุดวิกฤตที่ กม.30 ดังนี้:

  • เส้นทางบรมราชชนนี: ใช้ ถนนบรมราชชนนี (ทล.338) เชื่อมต่อเข้าสู่ ถนนเพชรเกษม (ทล.4) มุ่งหน้าลงสู่ภาคใต้แทน
  • เส้นทางเลียบชายทะเล: จากต่างระดับบางขุนเทียน สามารถเลือกใช้ ถนนเลียบชายทะเลบางขุนเทียน วิ่งเข้าสู่ตัวเมืองมหาชัย จ.สมุทรสาคร แล้วค่อยตัดกลับเข้าสู่ถนนพระราม 2 เพื่อมุ่งหน้าลงใต้ต่อไป
  • เส้นทางเอกชัย-บางบอน: หากอยู่บนถนนพระราม 2 แล้ว ให้สังเกต กม.20 ให้เบี่ยงออกทางคู่ขนานเพื่อเข้าสู่ ถนนเอกชัย วิ่งผ่านตัวเมืองมหาชัย แล้วค่อยวนกลับเข้าสู่ถนนพระราม 2 มุ่งหน้าภาคใต้

สรุปเส้นทางเลี่ยงแยกตามพื้นที่

จุดเริ่มต้นเส้นทางแนะนำปลายทาง
ภาคใต้ (เพชรบุรี/ประจวบฯ)ถนนเพชรเกษม (ทล.4)กรุงเทพฯ
สมุทรสงคราม / กม.35ทล.375 -> นครปฐมกรุงเทพฯ / นครปฐม
กรุงเทพฯ (ขาออก)ถนนบรมราชชนนี / เพชรเกษมภาคใต้
พระราม 2 (กม.20)ถนนเอกชัย / เลียบชายทะเลมหาชัย / ภาคใต้

ข้อแนะนำเพิ่มเติมในการเดินทาง

  1. ตรวจสอบสภาพจราจร Real-time: แนะนำให้ใช้แอปพลิเคชันอย่าง Google Maps เพื่อตรวจสอบแถบสีจราจร (แดง/ดำ) ก่อนตัดสินใจเลือกเส้นทาง
  2. เผื่อเวลาเดินทาง: การใช้เส้นทางเลี่ยงอาจมีระยะทางเพิ่มขึ้นประมาณ 15-30 กิโลเมตร ควรเผื่อเวลาเดินทางอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง
  3. สังเกตป้ายประชาสัมพันธ์: ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงที่อำนวยความสะดวกตามจุดแยกต่างๆ

การวางแผนเส้นทางล่วงหน้าไม่เพียงแต่ช่วยให้ท่านถึงที่หมายได้เร็วขึ้น แต่ยังช่วยลดปริมาณรถสะสมในจุดเกิดเหตุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าจัดการพื้นที่และกู้คืนการจราจรให้กลับมาเป็นปกติได้โดยเร็วที่สุด

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply