โดรนราคาไม่เกิน 10,000 บาท ยี่ห้อไหนดี? เลือกอย่างไรให้ได้โดรนคุณภาพจริง

การบังคับอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน (Drone) กลายเป็นกิจกรรมยอดนิยม ไม่ว่าจะเพื่อถ่ายภาพมุมสูง การเกษตร หรือเพื่อความบันเทิง แต่หลายคนยังคงสงสัยว่า การบินโดรนนั้น ผิดกฎหมายไหม? และต้องดำเนินการ ขออนุญาตใคร บ้าง? บทความนี้จะสรุปข้อกำหนดทางกฎหมายล่าสุด และแนะนำ 5 รุ่นโดรนของเล่นยอดฮิตที่ไม่ยุ่งยากเรื่องการขึ้นทะเบียน!

โดรน ผิดกฎหมายไหม? คำตอบคือ “ขึ้นอยู่กับประเภทและการใช้งาน”

การบังคับโดรนในประเทศไทยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท. หรือ CAAT)และ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หากคุณไม่ดำเนินการตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายและมีโทษปรับหรือจำคุกได้

1. การขึ้นทะเบียน (Registration)

กฎหมายกำหนดให้โดรนส่วนใหญ่ต้องขึ้นทะเบียน โดยพิจารณาจากน้ำหนักและการติดตั้งกล้อง:

  • ต้องขึ้นทะเบียนทุกกรณี:
    • โดรนที่มีกล้องบันทึกภาพติดตั้งอยู่: ไม่ว่าจะมีน้ำหนักเท่าไหร่ก็ตาม
    • โดรนที่มีน้ำหนักเกิน 2 กิโลกรัม (กก.): ไม่ว่าจะติดตั้งกล้องหรือไม่
  • โดรนที่ได้รับการยกเว้น (ไม่ต้องขึ้นทะเบียน):
    • โดรนที่ไม่ได้ติดตั้งกล้องบันทึกภาพ และ มีน้ำหนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม
    • โดรนที่มีน้ำหนักไม่เกิน 250 กรัม (0.25 กก.) และไม่มีกล้องติดตั้ง (จัดเป็นโดรนของเล่น)
  • โดรนน้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัม: ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

🚨 บทลงโทษ: ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ขึ้นทะเบียน หรือไม่ขออนุญาตตามที่กำหนด อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ตาม พ.ร.บ. การเดินอากาศ พ.ศ. 2497)

2. ต้องขออนุญาตใครบ้าง?

การขออนุญาตหลัก ๆ มี 2 ส่วน คือ การขึ้นทะเบียนอุปกรณ์ และการขออนุญาตผู้บังคับ:

2.1 การขึ้นทะเบียนโดรน (ตัวอุปกรณ์)

  • ผู้รับผิดชอบ: สำนักงาน กสทช. (คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ)
  • วัตถุประสงค์: เพื่อลงทะเบียนคลื่นความถี่และแสดงความเป็นเจ้าของอุปกรณ์

2.2 การขึ้นทะเบียนผู้บังคับอากาศยานและขออนุญาตบิน (นักบิน)

  • ผู้รับผิดชอบ: สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท. หรือ CAAT)
  • วัตถุประสงค์: เพื่อขออนุญาตเป็นผู้บังคับโดรนอย่างถูกต้อง และขออนุญาตทำการบินในแต่ละครั้ง (โดยเฉพาะการบินเพื่อการค้า การบินในพื้นที่ควบคุม หรือการบินที่มีความเสี่ยง)

⚠️ ข้อควรระวังเพิ่มเติม: ถึงแม้จะขึ้นทะเบียนแล้ว คุณยังต้องปฏิบัติตาม เงื่อนไขการบิน เช่น ห้ามบินในเขตหวงห้าม (เช่น พื้นที่พระราชฐาน สนามบิน หน่วยงานราชการสำคัญ) ห้ามบินในระยะที่อาจก่อให้เกิดอันตราย และต้องยื่นคำขออนุญาตบินล่วงหน้าผ่านระบบ UAS Portal ของ CAAT หากบินในพื้นที่ที่กำหนด


⭐️ 5 รุ่นโดรนของเล่นยอดฮิต: บินสนุก ไม่ยุ่งยากเรื่องทะเบียน

สำหรับมือใหม่หรือผู้ที่ต้องการซื้อโดรนมาเพื่อฝึกบินหรือเล่นสนุกในบริเวณบ้านส่วนตัว โดรนที่ได้รับยกเว้นการขึ้นทะเบียน (น้ำหนักเบาและ/หรือไม่มีกล้อง) เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่หากต้องการภาพถ่ายด้วย มักจะต้องเลือกโดรนที่มีน้ำหนักไม่เกิน 250 กรัมเพื่อลดความยุ่งยากในการขออนุญาต

นี่คือ 5 รุ่นโดรนยอดนิยมที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือเป็นโดรนของเล่น:

1. DJI Mini 4 Pro

  • รายละเอียดสินค้า: โดรนรุ่นเล็กตัวท็อปจาก DJI ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยน้ำหนักเพียง 249 กรัม ทำให้ได้รับการยกเว้นการขึ้นทะเบียนในหลายประเทศ (และเข้าเกณฑ์น้ำหนักเบาในไทย) มาพร้อมกล้องคุณภาพสูงระดับ 4K/60fps และระบบหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางรอบทิศทาง (360 องศา) ที่ครบเครื่องที่สุดในกลุ่ม Mini เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการคุณภาพระดับมืออาชีพโดยไม่ยุ่งยากเรื่องกฎหมายมากนัก
  • เหมาะสำหรับ: ผู้เริ่มต้นที่ต้องการถ่ายวิดีโอ/ภาพนิ่งคุณภาพสูง และมีงบประมาณ
  • สั่งซื้อได้ที่ SHOPEE | LAZADA | TIKTOK SHOP

2. DJI Mini 3 / DJI Mini 4K

  • รายละเอียดสินค้า: เป็นตัวเลือกที่ประหยัดลงมาจาก Mini 4 Pro แต่ยังคงน้ำหนักเบา น้อยกว่า 250 กรัม (Mini 3 มีฟีเจอร์มากกว่า Mini 4K เล็กน้อย เช่น การหมุนกล้องแนวตั้ง และคุณภาพกล้องที่ดีกว่า) ทั้งสองรุ่นยังคงถ่ายวิดีโอ 4K ได้ดีเยี่ยม มีระบบกันสั่น 3 แกน ทำให้ภาพนิ่งและวิดีโอลื่นไหล
  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการโดรนถ่ายภาพน้ำหนักเบาในราคาที่คุ้มค่า
  • สั่งซื้อได้ที่ SHOPEE | LAZADA | TIKTOK SHOP

3. Ryze Tello

  • รายละเอียดสินค้า: โดรนจิ๋วราคาประหยัดที่พัฒนาโดย Ryze Robotics ร่วมกับ DJI และ Intel มีน้ำหนักเบามาก เหมาะสำหรับใช้ฝึกบินในอาคารหรือพื้นที่จำกัด สามารถควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน มีฟังก์ชันการบินอัตโนมัติ และถ่ายวิดีโอ HD ได้ดีสำหรับการเริ่มต้น
  • เหมาะสำหรับ: มือใหม่หัดบิน เด็ก หรือผู้ที่ต้องการโดรนสำหรับฝึกทักษะในราคาสบายกระเป๋า
  • สั่งซื้อได้ที่ SHOPEE | LAZADA | TIKTOK SHOP

4. Holy Stone HS-Series (รุ่นเล็ก)

  • รายละเอียดสินค้า: เป็นแบรนด์โดรนทางเลือกที่มีรุ่นเล็กและโดรนสำหรับเด็กให้เลือกหลากหลาย เช่น รุ่น HS110D หรือรุ่นอื่น ๆ ที่มีขนาดเล็ก มีฟังก์ชันการใช้งานที่เข้าใจง่าย เช่น การลอยตัวอัตโนมัติ (Altitude Hold) และโหมด Headless Mode มักจะมีราคาต่ำกว่าแบรนด์ใหญ่ แต่ให้ความทนทานในระดับที่ยอมรับได้
  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการโดรนฝึกบินราคาไม่แพง หรือโดรนสำหรับให้เด็กเล่น
  • สั่งซื้อได้ที่ SHOPEE | LAZADA | TIKTOK SHOP

5. Eachine E010 / JJRC H36 (Micro Drone)

  • รายละเอียดสินค้า: โดรนขนาดเล็กจิ๋วระดับ Micro Drone ที่มีขนาดเท่าฝ่ามือและไม่มีกล้อง น้ำหนักเบามาก ๆ เหมาะสำหรับเล่นในร่มอย่างแท้จริง และไม่ต้องกังวลเรื่องการขึ้นทะเบียนใด ๆ เลย ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นของเล่นบังคับวิทยุ แต่มีความเสถียรมากกว่า
  • เหมาะสำหรับ: ใช้เล่นเป็นของเล่นในร่ม ฝึกการควบคุมขั้นพื้นฐานที่สุด
  • สั่งซื้อได้ที่ SHOPEE | LAZADA | TIKTOK SHOP

แม้ว่าโดรนของเล่นที่มีกล้องและน้ำหนักไม่เกิน 250 กรัมจะได้รับการยกเว้นจาก CAAT ในหลายกรณี แต่ตามกฎหมายไทยปัจจุบัน โดรนที่ติดตั้งกล้องบันทึกภาพยังคงต้องขึ้นทะเบียนกับ กสทช. ทุกกรณี ดังนั้น หากคุณเลือกโดรนที่มีกล้อง ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนคลื่นความถี่กับ กสทช. และปฏิบัติตามข้อกำหนดการบินของ CAAT อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยและถูกกฎหมาย

ในการซื้อสินค้าโดรน ผู้ซื้อจำเป็นต้องขอใบอนุญาตลงทะเบียนโดรนจาก กสทช. ก่อน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://anyregis.nbtc.go.th/news06/

Leave a Reply