10 โทรทัศน์ระบบดิจิทัล ใช้งานอินเตอร์เน็ตดู Netflix และสตรีมมิ่งได้ ไม่ต้องติดตั้งเพิ่ม

10 โทรทัศน์ระบบดิจิทัล ใช้งานอินเตอร์เน็ตดู Netflix และสตรีมมิ่งได้ ไม่ต้องติดตั้งเพิ่ม

โทรทัศน์ระบบดิจิทัล กำลังจะหมดอายุในปี 2572 และอาจจะมีการกำหนดให้สมาร์ททีวีใช้งานดูโทรทัศน์ระบบดิจิทัลได้โดยไม่ต้องซื้อกล่องดิจิทัลเพิ่ม หากคุณกำลังจะเปลี่ยนโทรทัศน์เครื่องใหม่ให้ใช้งานได้ทั้งระบบดิจิทัลและอินเตอร์เน็ต บทความนี้ Mycontent-thai.com แนะนำ Smart TV 10 รุ่น มาให้คุณเลือกซื้อโดยไม่ต้องวุ่นวายกับการติดตั้งกล่องเพิ่มเติมในอนาคต

1. Xiaomi TV A Pro 65 2026 Series

  • จุดเด่น: โทรทัศน์ QLED 4K ที่มอบความคุ้มค่าสูงสุด รองรับ Google TV และเทคโนโลยี Motion Smoothing (MEMC) ทำให้ภาพเคลื่อนไหวราบรื่นสุด ๆ เหมาะสำหรับคอหนังและสายเกมที่ต้องการภาพลื่นไหลโดยเฉพาะ
  • ระบบปฏิบัติการ: Google TV (รองรับ Netflix, Disney+, YouTube ฯลฯ)
  • ราคาโดยประมาณ (65 นิ้ว): 18,990 – 20,990 บาท
    สั่งซื้อได้ที่ SHOPEE | LAZADA | TIKTOK SHOP

2. LG QNED 4K Smart TV (รุ่นปี 2026)

LG QNED 4K Smart TV (รุ่นปี 2026)
LG QNED 4K Smart TV (รุ่นปี 2026)
คลิกสั่งซื้อได้ที่นี่
  • จุดเด่น: ใช้เทคโนโลยี QNED (Quantum Dot + NanoCell) ทำให้ได้ภาพที่มีสีบริสุทธิ์และสว่างคมชัดเป็นพิเศษ พร้อมระบบปฏิบัติการ webOS ที่ใช้งานง่ายและรวดเร็ว มี Magic Remote สั่งงานด้วยเสียงได้สะดวก
  • ระบบปฏิบัติการ: webOS
  • ราคาโดยประมาณ (55 นิ้ว): 25,000 – 30,000 บาท
    สั่งซื้อได้ที่ SHOPEE | LAZADA | TIKTOK SHOP

3. Sony BRAVIA X75K 4K Google TV

  • จุดเด่น: โดดเด่นด้วยชิปประมวลผล Processor X1 4K HDR ที่ช่วยปรับปรุงสีสัน คอนทราสต์ และรายละเอียดของภาพให้สดใสสมจริง รองใช้ระบบ Google TV ที่สามารถค้นหาคอนเทนต์ข้ามแอปพลิเคชันได้
  • ระบบปฏิบัติการ: Google TV
  • ราคาโดยประมาณ (43 นิ้ว): 14,990 – 16,990 บาท
    สั่งซื้อได้ที่ SHOPEE | LAZADA | TIKTOK SHOP

4. Samsung QLED 4K Smart TV (รุ่น Q80D)

Samsung QLED 4K Smart TV (รุ่น Q80D)
Samsung QLED 4K Smart TV (รุ่น Q80D)
คลิกสั่งซื้อได้ที่นี่
  • จุดเด่น: ใช้เทคโนโลยี Quantum Dot ในการแสดงสี 100% Volume Colour ให้สีสันที่แม่นยำและสดใส รองรับเทคโนโลยีภาพ HDR ขั้นสูง และใช้ระบบปฏิบัติการ Tizen ที่มี UI ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน
  • ระบบปฏิบัติการ: Tizen OS
  • ราคาโดยประมาณ (55 นิ้ว): 28,000 – 35,000 บาท
    สั่งซื้อได้ที่ SHOPEE | LAZADA | TIKTOK SHOP

5. HISENSE VIDAA 4K UHD Smart TV (รุ่น A7K)

HISENSE VIDAA 4K UHD Smart TV (รุ่น A7K)
HISENSE VIDAA 4K UHD Smart TV (รุ่น A7K)
คลิกสั่งซื้อได้ที่นี่
  • จุดเด่น: เน้นความคุ้มค่าในขนาดจอใหญ่ ด้วยความละเอียด 4K และเทคโนโลยีภาพ Dolby Vision ให้ประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ที่สมจริง ตัวเครื่องใช้ระบบปฏิบัติการ VIDAA ที่เข้าถึงแอปสตรีมมิ่งได้อย่างรวดเร็ว
  • ระบบปฏิบัติการ: VIDAA OS
  • ราคาโดยประมาณ (65 นิ้ว): 15,990 – 18,990 บาท
    สั่งซื้อได้ที่ SHOPEE | LAZADA | TIKTOK SHOP

6. TCL QLED Google TV (รุ่น C655)

  • จุดเด่น: Smart TV ที่มาพร้อมเทคโนโลยี QLED และระบบเสียงจาก Onkyo ที่ให้คุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยมโดยไม่ต้องต่อลำโพงเพิ่ม ใช้ Google TV และรองรับมาตรฐาน HDR10+
  • ระบบปฏิบัติการ: Google TV
  • ราคาโดยประมาณ (50 นิ้ว): 13,990 – 16,990 บาท
    สั่งซื้อได้ที่ SHOPEE | LAZADA | TIKTOK SHOP

7. Xiaomi TV A Pro 55 2026 Series

  • จุดเด่น: เป็นรุ่นที่สมดุลระหว่างขนาดและราคา ด้วยหน้าจอ QLED 4K ขนาด 55 นิ้ว พร้อมฟีเจอร์ Game Boost 120Hz (เมื่อเชื่อมต่อผ่าน HDMI) ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ารุ่น 65 นิ้ว
  • ระบบปฏิบัติการ: Google TV
  • ราคาโดยประมาณ (55 นิ้ว): 12,990 – 15,990 บาท
    สั่งซื้อได้ที่ SHOPEE | LAZADA | TIKTOK SHOP

8. LG OLED Smart TV (รุ่น B4 Series)

LG OLED Smart TV (รุ่น B4 Series)
LG OLED Smart TV (รุ่น B4 Series)
คลิกสั่งซื้อได้ที่นี่
  • จุดเด่น: สำหรับผู้ที่ต้องการคุณภาพของภาพที่ดีที่สุด เทคโนโลยี OLED ให้สีดำที่สมบูรณ์แบบ (Perfect Black) และคอนทราสต์ที่ไร้ขีดจำกัด พร้อมระบบปฏิบัติการ webOS และฟีเจอร์สำหรับเกมมิ่งครบครัน
  • ระบบปฏิบัติการ: webOS
  • ราคาโดยประมาณ (55 นิ้ว): 45,000 บาทขึ้นไป
    สั่งซื้อได้ที่ SHOPEE | LAZADA | TIKTOK SHOP

9. Toshiba Smart TV (รุ่น V35 Series)

Toshiba Smart TV (รุ่น V35 Series)
Toshiba Smart TV (รุ่น V35 Series)
คลิกสั่งซื้อได้ที่นี่
  • จุดเด่น: โทรทัศน์ที่เน้นความทนทานและระบบเสียงที่ดีในราคาระดับกลาง มีระบบเสียง Dolby Audio และ DTS Virtual:X ให้เสียงสเตอริโอที่มีมิติ รองรับแอปสตรีมมิ่งหลัก ๆ ได้ครบถ้วน
  • ระบบปฏิบัติการ: Android TV / Google TV (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย)
  • ราคาโดยประมาณ (43 นิ้ว): 9,990 – 11,990 บาท
    สั่งซื้อได้ที่ SHOPEE | LAZADA | TIKTOK SHOP

10. Aconatic Android TV (รุ่น 32HD513AN)

Aconatic Android TV (รุ่น 32HD513AN)
Aconatic Android TV (รุ่น 32HD513AN)
คลิกสั่งซื้อได้ที่นี่
  • จุดเด่น: ตัวเลือกสำหรับห้องขนาดเล็กหรือผู้ที่มีงบประมาณจำกัด แม้ความละเอียดจะเป็น HD แต่ก็ใช้ระบบ Android TV ที่รองรับการติดตั้งแอปสตรีมมิ่งได้หลากหลาย และสามารถสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant
  • ระบบปฏิบัติการ: Android TV
  • ราคาโดยประมาณ (32 นิ้ว): 3,890 – 4,590 บาท
    สั่งซื้อได้ที่ SHOPEE | LAZADA | TIKTOK SHOP

ก่อนซื้อโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (Smart TV) เครื่องใหม่ ต้องดูอะไรบ้าง?

  1. ระบบปฏิบัติการ: เลือกระบบที่คุณคุ้นเคย (Google TV/Android TV ให้ความยืดหยุ่นในการติดตั้งแอป, webOS/Tizen ให้ความรวดเร็วเฉพาะตัว)
  2. ความละเอียด 4K UHD: เพื่อรับชมคอนเทนต์จาก Netflix, Disney+ ในความละเอียดสูงสุด (Ultra HD) ตามแพ็กเกจที่คุณสมัครไว้
  3. รองรับ HDR/Dolby Vision: ฟีเจอร์นี้จะช่วยเพิ่มมิติ ความลึก และคอนทราสต์ของภาพ ให้ประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ที่ดีที่สุด

การเลือก Smart TV ที่มีฟังก์ชันสตรีมมิ่งในตัว จะช่วยให้การเข้าถึงความบันเทิงทำได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่เชื่อมต่อ Wi-Fi และล็อกอินบัญชีของคุณ คุณก็พร้อมเพลิดเพลินกับภาพยนตร์และซีรีส์สุดโปรดได้ทันทีครับ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply