10 ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อไหนดี 2026 ทั้งกันแดดหน้า กันแดดตัว

10 ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อไหนดี 2026 ทั้งกันแดดหน้า กันแดดตัว

ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีชื่อเสียงด้านผลิตภัณฑ์ดูแลผิว โดยเฉพาะ ครีมกันแดดญี่ปุ่น ที่ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลก ด้วยจุดเด่นเรื่องเนื้อสัมผัสบางเบา ซึมง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ และมีเทคโนโลยีช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับประเทศไทยที่มีสภาพอากาศร้อน แดดแรง และมีความชื้นสูง การเลือกใช้ กันแดดญี่ปุ่น จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะหลายแบรนด์ออกแบบสูตรมาให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อน เช่น เนื้อเอสเซนส์ เนื้อน้ำนม หรือเนื้อเจลที่ให้ความรู้สึกเบาสบายผิว

ปัจจุบันมีครีมกันแดดญี่ปุ่นให้เลือกมากมาย ตั้งแต่แบรนด์ราคาประหยัดที่หาซื้อง่าย ไปจนถึงแบรนด์ระดับพรีเมียม ทำให้หลายคนเกิดคำถามว่า ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อไหนดี รุ่นไหนเหมาะกับคนผิวมัน รุ่นไหนเหมาะกับผิวแพ้ง่าย และรุ่นไหนคุ้มค่าที่สุด บทความนี้ Mycontent-thai.com ได้รวบรวม 10 ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 พร้อมราคา จุดเด่น คุณสมบัติ และวิธีเลือกกันแดดญี่ปุ่นให้เหมาะกับสภาพผิว

ทำไมครีมกันแดดญี่ปุ่นถึงได้รับความนิยม?

ครีมกันแดดญี่ปุ่นได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย ด้วยจุดเด่นด้านนวัตกรรมการผลิตที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการปกป้องผิวควบคู่ไปกับความสบายขณะใช้งาน ทำให้หลายแบรนด์กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของคนที่ต้องการใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน

จุดเด่นสำคัญของครีมกันแดดญี่ปุ่นคือ เนื้อสัมผัสที่บางเบาและเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น โดยมีให้เลือกหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อน้ำนม (Milk) ที่เกลี่ยง่ายและช่วยควบคุมความมัน เนื้อเอสเซนส์ (Essence) ที่ให้ความรู้สึกคล้ายสกินแคร์ หรือเนื้อเจล (Gel) ที่ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ จึงสามารถใช้ได้ทุกวันโดยไม่รู้สึกหนักผิว

นอกจากนี้ ครีมกันแดดญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยังมาพร้อมค่าการปกป้องแสงแดดในระดับสูง เช่น SPF50+ และ PA++++ ซึ่งช่วยปกป้องผิวจากทั้งรังสี UVB ที่เป็นสาเหตุของผิวไหม้แดด และรังสี UVA ที่ทำให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ รวมถึงริ้วรอยก่อนวัย จึงเหมาะกับสภาพอากาศที่มีแดดแรงอย่างประเทศไทย

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้กันแดดญี่ปุ่นได้รับความนิยมคือ มีสูตรให้เลือกหลากหลายตามสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวมัน ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ผิวเป็นสิวง่าย หรือผู้ที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน ต่างก็สามารถเลือกสูตรที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างเหมาะสม

วิธีเลือกครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อไหนดี?

การเลือกครีมกันแดดญี่ปุ่นให้เหมาะกับตัวเอง ควรพิจารณาจากทั้งสภาพผิว ลักษณะการใช้งาน และเนื้อสัมผัสที่ชื่นชอบ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการปกป้องผิวและใช้งานได้อย่างสบายตลอดวัน

เริ่มจาก การเลือกตามสภาพผิว หากเป็นคนผิวมัน ควรเลือกสูตรที่ช่วยควบคุมความมัน (Oil Control) และมีเนื้อเจลหรือเนื้อน้ำนมที่บางเบา เพื่อลดความเหนียวเหนอะหนะระหว่างวัน ส่วนผู้ที่มีผิวแห้ง ควรมองหาสูตรที่มีสารให้ความชุ่มชื้น เช่น Hyaluronic Acid, Moisturizer หรือ Collagen เพื่อช่วยเติมน้ำให้ผิวไม่แห้งตึงหลังทา สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ควรเลือกสูตรที่ปราศจากแอลกอฮอล์และน้ำหอม รวมถึงผ่านการทดสอบความอ่อนโยน เพื่อช่วยลดโอกาสการระคายเคือง

นอกจากสภาพผิวแล้ว ค่า SPF และ PA ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ควรเลือกให้เหมาะกับกิจกรรม หากใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เดินทางไปทำงานหรืออยู่ในอาคารเป็นส่วนใหญ่ สามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF30–50 ได้ แต่หากต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง เล่นกีฬา หรือเดินทางท่องเที่ยวทะเล ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF50+ PA++++ เพื่อการปกป้องผิวจากแสงแดดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

10 ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อไหนดี 2026 พร้อมราคา

1. ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อ Anessa Perfect UV Sunscreen Skincare Milk SPF50+ PA++++

ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อ Anessa Perfect UV Sunscreen Skincare Milk SPF50+ PA++++

ราคาโดยประมาณ 700 – 1,200 บาท
คลิก LAZADA | SHOPEE 

หากพูดถึง ครีมกันแดดญี่ปุ่นยอดนิยม ชื่อของ Anessa มักติดอันดับต้น ๆ เสมอ โดยเฉพาะรุ่น Perfect UV Sunscreen Skincare Milk ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนที่ต้องการกันแดดคุณภาพสูง จุดเด่นของรุ่นนี้คือเนื้อสัมผัสแบบน้ำนม เกลี่ยง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ และมีเทคโนโลยีช่วยเพิ่มความติดทนเมื่อเจอกับเหงื่อและน้ำ

จุดเด่น

  • SPF50+ PA++++
  • กันน้ำและเหงื่อ
  • เนื้อบางเบา
  • เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง

เหมาะสำหรับ
คนเดินทางบ่อย เล่นกีฬา หรือออกแดดเป็นประจำ

2. ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อ Biore UV Aqua Rich Watery Essence SPF50+ PA++++

ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อ Biore UV Aqua Rich Watery Essence SPF50+ PA++++

ราคาโดยประมาณ 350 – 500 บาท
คลิก LAZADA | SHOPEE 

Biore เป็นอีกหนึ่งแบรนด์กันแดดญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย เพราะมีราคาเข้าถึงง่ายและหาซื้อสะดวก รุ่น Aqua Rich Watery Essence มีเนื้อสัมผัสคล้ายเอสเซนส์ ให้ความรู้สึกบางเบาเหมือนทาสกินแคร์

จุดเด่น

  • SPF50+ PA++++
  • ไม่เหนียวหน้า
  • เกลี่ยง่าย
  • เหมาะกับแต่งหน้าต่อ

เหมาะสำหรับ
คนผิวผสมและคนที่ต้องการกันแดดใช้ทุกวัน

3. ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อ Skin Aqua UV Super Moisture Gel SPF50+ PA++++

ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อ Skin Aqua UV Super Moisture Gel SPF50+ PA++++

ราคาโดยประมาณ 300 – 600 บาท
คลิก LAZADA | SHOPEE 

Skin Aqua เป็นแบรนด์กันแดดญี่ปุ่นภายใต้เครือ Rohto ที่ได้รับความนิยมจากเนื้อสัมผัสบางเบาและราคาไม่สูง สูตร UV Super Moisture Gel เหมาะกับคนที่ต้องการกันแดดพร้อมเติมความชุ่มชื้น

จุดเด่น

  • เนื้อเจลบางเบา
  • เติมความชุ่มชื้น
  • ใช้ได้ทั้งหน้าและตัว
  • ราคาเข้าถึงง่าย

4. ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อ Shiseido The Perfect Protector SPF50+ PA++++

ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อ Shiseido The Perfect Protector SPF50+ PA++++

ราคาโดยประมาณ 800 – 1,300 บาท
คลิก LAZADA | SHOPEE 

Shiseido The Perfect Protector SPF50+ PA++++ เป็นอีกสูตรที่ได้รับความสนใจ เพราะเน้นความอ่อนโยนมากขึ้น เนื้อสัมผัสยังคงเป็นแบบบางเบาและเกลี่ยง่าย

จุดเด่น

  • เหมาะกับผิวแพ้ง่าย
  • SPF50+ PA++++
  • ไม่หนักผิว
  • ใช้ได้ทุกวัน

5. ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อ Hada Labo UV White Gel SPF50+ PA++++

ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อ Hada Labo UV White Gel SPF50+ PA++++

ราคาโดยประมาณ 400 – 700 บาท
คลิก LAZADA | SHOPEE 

Hada Labo เป็นแบรนด์ญี่ปุ่นที่โดดเด่นด้านผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้น กันแดดรุ่น UV White Gel เหมาะกับคนที่ต้องการกันแดดพร้อมบำรุงผิวให้ดูอิ่มน้ำ

จุดเด่น

  • เนื้อเจลบางเบา
  • ให้ความชุ่มชื้น
  • ไม่ทำให้ผิวแห้ง
  • เหมาะกับใช้ทุกวัน

6. ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อ Kao Nivea Sun Protect Water Gel SPF50 PA+++

ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อ Kao Nivea Sun Protect Water Gel SPF50 PA+++

ราคาโดยประมาณ 300 – 500 บาท
คลิก LAZADA | SHOPEE 

Nivea Sun Protect Water Gel เป็นกันแดดญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมจากเนื้อสัมผัสแบบน้ำ ให้ความรู้สึกเบาสบายหลังทา

จุดเด่น

  • เนื้อเจลซึมง่าย
  • ไม่เหนียว
  • เหมาะกับอากาศร้อน
  • ใช้ได้ทั้งหน้าและตัว

7. ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อ Canmake Mermaid Skin Gel UV SPF50+ PA++++

ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อ Canmake Mermaid Skin Gel UV SPF50+ PA++++ดดหน้า กันแดดตัว

ราคาโดยประมาณ 300 – 500 บาท
คลิก LAZADA | SHOPEE 

Canmake เป็นแบรนด์เครื่องสำอางญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นและคนชอบแต่งหน้า รุ่น Mermaid Skin Gel UV มีเนื้อสัมผัสคล้ายเจล ให้ผิวดูเรียบเนียนก่อนแต่งหน้า

จุดเด่น

  • เนื้อบางเบา
  • ใช้เป็นเบสก่อนแต่งหน้าได้
  • มีหลายสูตรให้เลือก

8. ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อ Kao Biore UV Perfect Milk SPF50+ PA++++

ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อ Kao Biore UV Perfect Milk SPF50+ PA++++

ราคาโดยประมาณ 300 – 500 บาท
คลิก LAZADA | SHOPEE 

Biore UV Perfect Milk เป็นอีกสูตรยอดนิยมสำหรับคนที่ชอบกันแดดเนื้อน้ำนม ให้สัมผัสแห้งสบาย เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความเหนอะหนะ

จุดเด่น

  • คุมความมันได้ดี
  • เนื้อบางเบา
  • เหมาะกับอากาศประเทศไทย

9. ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อ Shiseido Urban Environment Oil-Free Sunscreen SPF42

ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อ Shiseido Urban Environment Oil-Free Sunscreen SPF42

ราคาโดยประมาณ 1,000 – 1,600 บาท
คลิก LAZADA | SHOPEE 

Shiseido เป็นแบรนด์ญี่ปุ่นระดับพรีเมียมที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก รุ่น Oil-Free เหมาะกับผู้ที่ต้องการกันแดดเนื้อเบา ไม่เพิ่มความมันบนผิว

จุดเด่น

  • เนื้อสัมผัสดี
  • เหมาะกับผิวมัน
  • เหมาะกับคนทำงานในเมือง

10. ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อ Rohto Mentholatum Skin Aqua Tone Up UV Essence SPF50+ PA++++

10. ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อ Rohto Mentholatum Skin Aqua Tone Up UV Essence SPF50+ PA++++

ราคาโดยประมาณ 350 – 600 บาท
คลิก LAZADA | SHOPEE 

Skin Aqua Tone Up UV Essence เป็นกันแดดญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มคนที่ต้องการให้ผิวดูสว่างขึ้นทันทีหลังใช้ มีเนื้อสัมผัสแบบเอสเซนส์ เกลี่ยง่าย และช่วยปรับสีผิวให้ดูเรียบเนียน

จุดเด่น

  • SPF50+ PA++++
  • ช่วยปรับสีผิว
  • ใช้แทนเบสแต่งหน้าได้

ตารางเปรียบเทียบ 10 ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อไหนดี

รุ่นราคาโดยประมาณจุดเด่น
Anessa Perfect UV Milk700-1,200 บาทกันแดดกลางแจ้งยอดนิยม
Biore Aqua Rich350-500 บาทบางเบา ใช้ทุกวัน
Skin Aqua UV Gel300-600 บาทเติมความชุ่มชื้น
Anessa Mild Milk800-1,300 บาทผิวแพ้ง่าย
Hada Labo UV Gel400-700 บาทผิวชุ่มชื้น
Nivea Water Gel300-500 บาทเนื้อเจลเบา
Canmake Mermaid Gel300-500 บาทเหมาะก่อนแต่งหน้า
Biore Perfect Milk300-500 บาทคุมมัน
Shiseido Oil-Free1,000-1,600 บาทพรีเมียม
Skin Aqua Tone Up350-600 บาทผิวดูสว่าง

สุดท้ายคือ การเลือกเนื้อสัมผัส ซึ่งมีผลต่อความรู้สึกขณะใช้งาน หากชอบความบางเบาและต้องการควบคุมความมัน เนื้อน้ำนม (Milk) ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ส่วนผู้ที่ต้องการความรู้สึกเหมือนทาสกินแคร์สามารถเลือกเนื้อเอสเซนส์ (Essence) ได้ ขณะที่เนื้อเจล (Gel) จะให้ความสดชื่น ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เหมาะกับอากาศร้อน ส่วนเนื้อครีม (Cream) จะมีความเข้มข้นมากกว่า จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งหรือผู้ที่ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวเป็นพิเศษ

Read More :

เพื่อนๆ สามารถพูดคุยและติดตามข่าวสาร Mycontent-thai.com ได้ที่กลุ่ม “โค้ดส่วนลด Shopee Lazada ฯลฯ by My Content” และแปะลิ้งค์ Affiliate ได้ที่กลุ่ม “แปะลิ้งค์ โค้ดส่วนลด Shopee, Lazada, TikTok by mycontent V2” ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย^^

เก็บโค้ดส่วนลดวันเลขเบิ้ล 1.1 – 12.12 : คลิก LAZADA | SHOPEE 
เก็บโค้ดส่วนลดกลางเดือน MIDMONTH SALE : คลิก LAZADA | SHOPEE 
เก็บโค้ดส่วนลดวันเงินเดือนออก PAYDAY : คลิก LAZADA | SHOPEE 

จองตั๋วเครื่องบินที่พักโรงแรมกับ LAZADA by Agoda คลิกที่นี่
จองตั๋วเครื่องบินที่พักโรงแรมกับ SHOPEE คลิกที่นี่
จองตั๋วกิจกรรมที่พักโรงแรมwww.Klook.com

Leave a Reply