โรงแรมดุสิตธานี จากอาคารที่สูงที่สุดในไทย สู่ตำนานบทใหม่ของนิยามความหรูหราระดับโลก

หากจะเอ่ยถึงหัวมุมถนนสีลมที่ตัดกับพระราม 4 ภาพของอาคารยอดแหลมสีทองสง่าที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงข้ามสวนลุมพินี ย่อมเป็นภาพจำที่อยู่คู่กับกรุงเทพมหานครมานานหลายทศวรรษ “โรงแรมดุสิตธานี” ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานประกอบการพักแรม แต่คือสัญลักษณ์ของความทันสมัยในยุค 70 และเป็นต้นแบบของงานบริการแบบไทยที่ก้าวไกลไปทั่วโลก ประวัติศาสตร์ของโรงแรมแห่งนี้เริ่มต้นขึ้นอย่างไร และทำไมถึงยังครองใจคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน?

📅 ตามประวัติศาสตร์: โรงแรมดุสิตธานีเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไหร่?

โรงแรมดุสิตธานีเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970) ในยุคนั้นการเกิดขึ้นของดุสิตธานีถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ เพราะเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทยด้วยความสูง 23 ชั้น และเป็นอาคารที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยการนำรูปทรงของพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามมาประยุกต์เป็นส่วนยอดของอาคาร ทำให้ดุสิตธานีกลายเป็นแลนด์มาร์คที่สะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของกรุงเทพฯ ในยุคที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเริ่มเบ่งบาน

👑 ใครคือผู้ก่อตั้ง: วิสัยทัศน์ของสุภาพสตรีเหล็กแห่งวงการโรงแรม

ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย

ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จและเป็นผู้ก่อตั้งคือ ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย นักธุรกิจหญิงผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ท่านต้องการสร้างโรงแรมของคนไทยที่มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล เพื่อรองรับแขกบ้านแขกเมืองและนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยไม่ต้องพึ่งพาแบรนด์โรงแรมจากตะวันตก ชื่อ “ดุสิตธานี” นั้นมีความหมายอันเป็นมงคล สื่อถึง “เมืองสวรรค์ชั้นดุสิต” และยังเป็นการระลึกถึงเมืองจำลองประชาธิปไตยของรัชกาลที่ 6 อีกด้วย ความตั้งใจของท่านทำให้ดุสิตธานีกลายเป็น “หัวใจ” ของงานบริการที่ผสมผสานความอ่อนช้อยแบบไทยเข้ากับความสากลได้อย่างลงตัว

🎙️ ศูนย์กลางสังคมและวัฒนธรรมสมัยใหม่

ในยุคทอง ดุสิตธานีเป็นสถานที่จัดงานสำคัญระดับประเทศมากมาย ตั้งแต่การจัดเลี้ยงฉลองสมรสของบุคคลชั้นสูง งานคอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลกที่ “ดุสิต บับเบิล” หรือความหรูหราของห้องอาหาร “เทียร่า” บนชั้นดาดฟ้า ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดในยุคนั้น โรงแรมแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนห้องรับแขกของประเทศที่รวบรวมเรื่องราวทางสังคมและวัฒนธรรมไว้อย่างเนืองแน่น

🏗️ ปัจจุบัน: โรงแรมดุสิตธานีถูกใช้ประโยชน์ทำอะไร?

โรงแรมดุสิตธานีเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970) ในยุคนั้นการเกิดขึ้นของดุสิตธานีถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ เพราะเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทยด้วยความสูง 23 ชั้น

หลังจากปิดตำนานอาคารหลังเดิมไปในปี พ.ศ. 2562 ปัจจุบันดุสิตธานีกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายใต้โครงการ “Dusit Central Park” ซึ่งมีบทบาทและประโยชน์ดังนี้:

  1. การเกิดใหม่ของโรงแรมระดับตำนาน: โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ (หลังใหม่) ได้รับการออกแบบให้มีความทันสมัยแต่ยังคงจิตวิญญาณเดิมไว้ โดยมีการนำ “ยอดเสาสีทอง” จากอาคารเดิมกลับมาติดตั้งเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความสืบเนื่อง
  2. โครงการ Mixed-use พรีเมียม: พื้นที่นี้ถูกพัฒนาให้เป็นมากกว่าโรงแรม โดยประกอบด้วยที่พักอาศัยระดับซูเปอร์ลักชัวรี (Dusit Residences), อาคารสำนักงานที่ทันสมัย และศูนย์การค้าชั้นนำ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในย่านธุรกิจ (CBD) ของกรุงเทพฯ
  3. พื้นที่สีเขียวลอยฟ้า: มีการสร้าง “Roof Park” ขนาดใหญ่บนอาคารเพื่อเชื่อมต่อกับทัศนียภาพของสวนลุมพินี เป็นการมอบพื้นที่สีเขียวคืนสู่เมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในย่านนั้น
  4. ศูนย์กลางการเรียนรู้และบริการ: ดุสิตธานียังคงมุ่งเน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการบริการผ่านสถาบันการศึกษาในเครือ และยังคงเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการโรงแรมที่ขยายสาขาไปทั่วโลก

ประวัติศาสตร์ของโรงแรมดุสิตธานีคือการเดินทางที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย จากตึกที่สูงที่สุดในวันนั้น สู่โครงการระดับโลกในวันนี้ ดุสิตธานียังคงพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด หรืออาคารจะถูกสร้างขึ้นใหม่สักกี่ครั้ง แต่ “จิตวิญญาณแห่งการบริการแบบไทย” จะยังคงอยู่คู่กับพื้นที่แห่งนี้ตลอดไป

Read More

สามารถพูดคุยและติดตามข่าวสาร Mycontent-thai.com ได้ที่กลุ่ม “โค้ดส่วนลด Shopee Lazada ฯลฯ by My Content” และแปะลิ้งค์ Affiliate ได้ที่กลุ่ม “แปะลิ้งค์ โค้ดส่วนลด Shopee, Lazada, TikTok by mycontent V2” ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย^^

เก็บโค้ดส่วนลดวันเลขเบิ้ล 1.1 – 12.12 : คลิก LAZADA | SHOPEE 
เก็บโค้ดส่วนลดกลางเดือน MIDMONTH SALE : คลิก LAZADA | SHOPEE 
เก็บโค้ดส่วนลดวันเงินเดือนออก PAYDAY : คลิก LAZADA | SHOPEE 

จองตั๋วเครื่องบินที่พักโรงแรมกับLAZADA by Agoda คลิกที่นี่
จองตั๋วเครื่องบินที่พักโรงแรมกับSHOPEE คลิกที่นี่
จองตั๋วกิจกรรมที่พักโรงแรมwww.Klook.com

Leave a Reply