10 สินค้าอุปโภคบริโภค “โอสถสภา (Osotspa – OSP) ” ที่เราใช้กันทุกวัน

หากจะพูดถึงบริษัทไทยที่มีอายุเก่าแก่ยาวนานและอยู่คู่กับสังคมไทยมาโชกโชนที่สุด หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อ “โอสถสภา” (OSP) บริษัทอายุมากกว่า 130 ปีของตระกูลโอสถานุเคราะห์ ที่เริ่มต้นจากการเป็นร้านขายยา “เต็กเฮงหยู” ย่านสำเพ็งในอดีต สู่การเป็นบิ๊กเพลเยอร์ระดับโลกในตลาดเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล (Personal Care) ในปัจจุบัน โดยโอสถสภามีมูลค่าสินทรัพย์รวมสูงกว่า 26,000 ล้านบาท และมีสินค้าที่แฝงตัวอยู่ในวิถีชีวิตประจำวันของคนไทยตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

นี่คือ 10 สินค้าและบริการใกล้ตัวในเครือโอสถสภาที่เรากิน ใช้ และเดินผ่านกันในทุก ๆ วัน พร้อมมูลค่าและสถานะทางการตลาดที่น่าสนใจ:

1. เครื่องดื่มบำรุงกำลัง เอ็ม-150 (M-150)

  • มูลค่าและสถานะทางการตลาด: สินค้าแชมเปี้ยนตลอดกาลของโอสถสภา ครองแชมป์อันดับ 1 ในตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังของประเทศไทย (มูลค่าตลาดรวมกว่า 20,000 ล้านบาท) มาอย่างยาวนาน และยังเป็นแบรนด์ยอดนิยมในกลุ่มประเทศ CLMV อีกด้วย
  • การใช้ในชีวิตประจำวัน: เครื่องดื่มขวดแก้วฝาสามเหลี่ยมที่เป็นไอเทมคู่ใจของคนทำงาน ช่างซ่อมรถ คนขับรถรับจ้าง ไปจนถึงพนักงานออฟฟิศที่ต้องการพลังงานและความตื่นตัวในการทำงานประจำวัน รวมถึงรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่ร้านจำหน่ายเครื่องดื่มมักนำไปทำเมนู “เอ็มร้อยปั่น” ชื่นใจยามบ่าย

2. เครื่องดื่มวิตามินซี ซี-วิท (C-vitt)

  • มูลค่าและสถานะทางการตลาด: ผู้นำอันดับ 1 ตลอดกาลในตลาดเครื่องดื่มวิตามินซี (Vitamin C Drink) ของไทย โดยซี-วิท (บริหารงานภายใต้บริษัทร่วมทุน เฮ้าส์ โอสถสภา ฟู้ดส์) ครองส่วนแบ่งการตลาดเฉลี่ยสูงถึง 40-50% จากตลาดรวมเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริ้งก์มูลค่าหลายพันล้านบาท
  • การใช้ในชีวิตประจำวัน: เครื่องดื่มขวดแก้วใสขนาดกะทัดรัด (มีทั้งรสเลมอน ส้ม และทับทิม) ที่คนรักสุขภาพ วัยรุ่น และคนทำงานหยิบดื่มจากตู้แช่เซเว่นอีเลฟเว่นในทุก ๆ เช้าหรือระหว่างวัน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและเพิ่มความสดชื่นทดแทนการทานวิตามินซีแบบเม็ด

3. ผลิตภัณฑ์แป้งและครีมอาบน้ำเด็ก เบบี้มายด์ (Babi Mild)

  • มูลค่าและสถานะทางการตลาด: แบรนด์ระดับพันล้านในพอร์ตสินค้า Personal Care ของโอสถสภา ครองแชมป์อันดับ 1 ในตลาดผลิตภัณฑ์อาบน้ำและดูแลผิวเด็กในไทย โดดเด่นด้วยสูตรออร์แกนิกและความอ่อนโยนจนขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มผู้ใหญ่ผิวแพ้ง่ายอย่างเหนียวแน่น
  • การใช้ในชีวิตประจำวัน: แป้งเด็กเนื้อละเอียด (โดยเฉพาะสูตรอัลตร้ามายด์ สวีท อัลมอนด์ ขวดยอดฮิต) และสบู่เหลวอาบน้ำสระผมที่พ่อแม่เลือกใช้ดูแลสุขอนามัยให้ลูกน้อยในทุกวัน รวมถึงสาว ๆ และหนุ่ม ๆ หลายคนยังนิยมใช้เป็นไอเทมทาตัวหลังอาบน้ำเช้า-เย็นเพื่อกลิ่นหอมสะอาดละมุน

4. โรลออนและน้ำหอม ทเวลฟ์ พลัส (12 Plus)

  • มูลค่าและสถานะทางการตลาด: หนึ่งในผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายและน้ำหอมสำหรับผู้หญิง (มูลค่าตลาดรวมดีโอโดแรนท์หลายพันล้านบาท) เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการนำไอดอลและศิลปินเกาหลีชื่อดังมาเป็นพรีเซนเตอร์สร้างกระแสในไทย
  • การใช้ในชีวิตประจำวัน: แป้งเย็น โรลออนสูตรไวท์เทนนิ่ง หรือน้ำหอมโคโลญขวดเล็กพกพาง่าย ที่สาว ๆ วัยรุ่นและคนทำงานหยิบมาฉีดและทาใต้วงแขนทุกเช้าหลังอาบน้ำเสร็จ เพื่อเพิ่มความมั่นใจ คุมเหงื่อ และให้กลิ่นหอมชวนมองตลอดทั้งวัน

5. ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายชาย เอ็กซิท (Exit)

  • มูลค่าและสถานะทางการตลาด: ผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองสำหรับผู้ชาย (Men’s Grooming) เจาะตลาดโรลออนและสเปรย์ระงับกลิ่นกายชาย ขับเคี่ยวในตลาดร่วมกับแบรนด์อินเตอร์ได้อย่างสมศักดิ์ศรี
  • การใช้ในชีวิตประจำวัน: สเปรย์น้ำหอมหรือโรลออนสูตรปกป้องยาวนาน ที่หนุ่ม ๆ เลือกใช้ฉีดหรือทาร่างกายก่อนออกจากบ้านไปเรียน ไปทำงาน หรือก่อนออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน เพื่อระงับกลิ่นเหงื่อและเพิ่มความมั่นใจในสไตล์แมน ๆ

6. เครื่องดื่มผสมสมุนไพร โสมอินซัม และ โสมพลัส

  • มูลค่าและสถานะทางการตลาด: สินค้ากลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังผสมสมุนไพรพรีเมียม เจาะกลุ่มผู้ใช้แรงงาน เกษตรกร และผู้สูงอายุ มียอดขายรวมกันหลักพันล้านบาทต่อปี
  • การใช้ในชีวิตประจำวัน: เครื่องดื่มบำรุงกำลังผสมโสมเกาหลีสกัดแท้ น้ำผึ้ง และวิตามินบีรวม ที่ผู้ใหญ่วัยทำงานหรือคุณพ่อคุณแม่นิยมดื่มเป็นประจำทุกวัน เพื่อช่วยบำรุงร่างกาย คลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก และบำรุงสายตา

7. ลูกอมแก้เจ็บคอ โบตัน (Botan)

  • มูลค่าและสถานะทางการตลาด: สินค้าเก่าแก่ระดับตำนานที่เป็นหนึ่งในรากฐานยุคแรกเริ่มของโอสถสภา (โฆษณาในไทยยาวนานกว่า 80 ปี) ปัจจุบันแตกไลน์จากยาอมโบตันแบบแผ่นตลับเหล็กดั้งเดิม สู่ลูกอมโบตัน มิ้นท์บอล
  • การใช้ในชีวิตประจำวัน: ตลับเหล็กขนาดเล็กในกระเป๋ากางเกง หรือแผงลูกอมโบตัน มิ้นท์บอล ในกระเป๋าทำงาน ที่เรามักหยิบมาอมในระหว่างวันเพื่อช่วยดับกลิ่นปากหลังมื้ออาหาร บรรเทาอาการระคายคอ เจ็บคอ หรือเคี้ยวเพิ่มความสดชื่นระบายลมหายใจขณะประชุม

8. ยาบรรเทาอาการปวด ทัมใจ (Tamjai)

  • มูลค่าและสถานะทางการตลาด: ยาแก้ปวดชนิดผงซองสีเขียวที่เป็นแบรนด์ระดับไอคอนิกของเมืองไทย เคียงคู่กับวิถีชีวิตคนไทยในต่างจังหวัดและชุมชนมานานหลายทศวรรษ
  • การใช้ในชีวิตประจำวัน: ยาสามัญประจำบ้านและร้านชำที่เราคุ้นเคย แม้พฤติกรรมคนเมืองจะเปลี่ยนไปทานยาเม็ด แต่สำหรับคนทำงานหนัก พ่อค้าแม่ค้า และเกษตรกร ยาผงทัมใจยังคงเป็นยาลดไข้ บรรเทาอาการปวดศีรษะ ปวดฟัน หรือปวดกล้ามเนื้อที่ถูกเรียกหาบ่อยครั้งเมื่อร่างกายส่งสัญญาณล้า

9. เครื่องดื่มสปอร์ตดริ้งก์ เอ็ม-เกลือแร่ (M-Electrolyte)

  • มูลค่าและสถานะทางการตลาด: เครื่องดื่มสำหรับผู้สูญเสียเหงื่อจากการออกกำลังกายและทำงานหนัก ขยายพอร์ตเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์เพื่อเจาะตลาดเครื่องดื่มเกลือแร่มูลค่าหลายพันล้านบาท
  • การใช้ในชีวิตประจำวัน: เครื่องดื่มขวดแก้วฝาสีเหลืองที่คนเล่นฟุตบอลตอนเย็น ขี่จักรยาน หรือทำงานกลางแดดจัด มักแวะซื้อดื่มหลังจากเสียเหงื่อในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยฟื้นฟูระบบน้ำและแร่ธาตุในร่างกายให้กลับมาสดชื่นอย่างรวดเร็ว

10. ชาร์ค คูลบิต (Shark Cool Bite)

  • มูลค่าและสถานะทางการตลาด: เครื่องดื่มบำรุงกำลังชนิดอัดก๊าซ (Energy Carbonated Drink) แบรนด์แรกของไทยที่ส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศกว่า 80 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในแถบยุโรปและเอเชีย
  • การใช้ในชีวิตประจำวัน: เครื่องดื่มกระป๋องสีเงินลายฉลามรสชาติซ่าสดชื่น ที่วัยรุ่นและคนทำงานในเมืองใหญ่นิยมดื่มแช่เย็นเจี๊ยบยามบ่ายเพื่อคลายง่วง หรือใช้เป็นมิกเซอร์ผสมในเครื่องดื่มสังสรรค์ยามค่ำคืนในวันหยุดสุดสัปดาห์

Leave a Reply