บางครั้งเราเห็นเพื่อนหรือตัวเราเองมีพฤติกรรมซื้อของไม่หยุด หยุดซื้อไม่ได้ ห้ามตัวเองไม่อยู่ จนสงสัยว่ามันเป็นอาการของโรคอะไรหรือเปล่า? ทางจิตวิทยาและแพทย์ศาสตร์พฤติกรรมศาสตร์ระบุว่า อาการติดช้อปปิ้งขั้นรุนแรงนี้มีอยู่จริง โดยมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Compulsive Buying Disorder (CBD) หรือ Oniomania ซึ่งจัดเป็นพฤติกรรมการเสพติดชนิดหนึ่ง (Behavioral Addiction) ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสถานะทางการเงิน ความสัมพันธ์ และสภาพจิตใจของผู้ป่วยอย่างรุนแรง บทความนี้ Mycontent-thai.com พาคุณมารู้จักกับโรคนี้พร้อมวิธีการรับมือด้วยแบบทดสอบเช็กอาการ Shopaholic กันค่ะ
Shopaholic คืออะไร? และอาการเป็นอย่างไร

หากจะอธิบายให้เข้าใจง่าย Shopaholic คือ ภาวะที่บุคคลมีความต้องการซื้่อของอย่างรุนแรง (Urge) และไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมการซื้อของตนเองได้ โดยเป้าหมายของการซื้อไม่ได้อยู่ที่ “ตัวสินค้า” หรือ “ความจำเป็นในการใช้งาน” แต่อยู่ที่ “ความรู้สึกขณะที่ได้ซื้อ”
ผู้ที่มีอาการของโรคนี้มักจะมีลำดับพฤติกรรมที่เด่นชัด ดังนี้:
- ก่อนซื้อ: มีความเครียด ความวิตกกังวล หรือความรู้สึกว่างเปล่า แล้วเกิดแรงขับดันอย่างรุนแรงว่าต้องซื้อของเพื่อเยียวยาอารมณ์
- ขณะซื้อ: เกิดความรู้สึกตื่นเต้น มีความสุขอย่างท่วมท้น (Euphoria) จากการหลั่งของสารโดปามีน (Dopamine) ในสมอง
- หลังซื้อ: ความสุขนั้นจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว และถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกผิด (Guilt) ความอับอาย หรือความวิตกกังวลเกี่ยวกับหนี้สิน แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถหยุดยั้งตัวเองไม่ให้กลับไปซื้อซ้ำในวงจรนี้ได้
สาเหตุโรคใช้เงินไม่หยุด: ทำไมเราถึงเสพติดการจ่าย?
จากการศึกษาทางด้านจิตวิทยาและประสาทวิทยาศาสตร์ พบว่า สาเหตุโรคใช้เงินไม่หยุด เกิดจากปัจจัยร่วมกันหลายประการ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของ “ความไม่มีวินัย” อย่างที่หลายคนเข้าใจ
สิ่งแวดล้อมและการตลาดในยุคดิจิทัล: ระบบอัลกอริทึมที่คอยยิงโฆษณาตรงใจ ระบบการผ่อนชำระที่ง่ายดาย และค่านิยมในสื่อสังคมออนไลน์ที่เน้นการอวดวัตถุสิ่งของ เป็นตัวเร่งเร้าให้เกิดพฤติกรรมซื้อของตามอารมณ์ (Impulse Buying) ได้ง่ายขึ้น
สารเคมีในสมองและระบบให้รางวัล (Reward System): การวิจัยพบว่าสมองของผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความไวต่อสารโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งความพึงพอใจ เมื่อเห็นป้ายลดราคา หรือกดปุ่ม “ชำระเงิน” สมองจะหลั่งสารนี้ออกมามากกว่าปกติ ทำให้เกิดการเสพติดพฤติกรรมดังกล่าว
ปัจจัยทางจิตวิทยาและอารมณ์: การช้อปปิ้งมักถูกใช้เป็นกลไกในการเผชิญปัญหา (Coping Mechanism) เพื่อหลีกหนีจากความจริง ผู้ป่วยมักใช้การซื้อของเพื่อชดเชยความรู้สึกต่ำต้อย การขาดความมั่นใจในตนเอง ความเหงา หรือภาวะซึมเศร้า
แบบทดสอบ “โรคซื้อของไม่หยุด” เช้าข่ายหรือไม่?
ลองประเมินตนเองหรือคนใกล้ชิด โดยให้คะแนนตามความเป็นจริงในแต่ละข้อ (ใช่ = 1 คะแนน / ไม่ใช่ = 0 คะแนน)
- คุณมักจะซื้อของเพื่อดับความรู้สึกเครียด เหงา หรือเสียใจ ใช่หรือไม่?
- คุณเคยพยายามที่จะลดหรือหยุดซื้อของหลายครั้ง แต่ไม่เคยทำสำเร็จเลย ใช่หรือไม่?
- คุณมักจะปิดบัง ซ่อนพัสดุ หรือโกหกคนในครอบครัวเกี่ยวกับจำนวนเงินที่แท้จริงที่ใช้ซื้อของ ใช่หรือไม่?
- ของที่ซื้อมาบ่อยครั้งถูกตั้งทิ้งไว้โดยไม่ได้แกะกล่อง หรือไม่ได้นำมาใช้งานเลย ใช่หรือไม่?
- คุณรู้สึกผิด เสียใจ หรือวิตกกังวลอย่างมากหลังจากกดซื้อของไปแล้ว ใช่หรือไม่?
- การช้อปปิ้งเริ่มส่งผลกระทบต่อเงินเก็บ มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือทำให้มีปัญหากับคนรอบข้าง ใช่หรือไม่?
การประเมินผล:
- 5 – 6 คะแนน: เข้าข่ายภาวะ Compulsive Buying Disorder คุณกำลังมีอาการของ Shopaholic แนะนำให้ตระหนักถึงปัญหานี้และเริ่มเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา
- 0 – 2 คะแนน: ระดับปกติ คุณอาจมีพฤติกรรมซื้อของตามอารมณ์บ้างในบางครั้ง แต่ยังควบคุมได้
- 3 – 4 คะแนน: ระดับเฝ้าระวัง คุณเริ่มใช้การช้อปปิ้งเป็นเครื่องมือจัดการอารมณ์ ควรเริ่มจำกัดงบประมาณ
วิธีรักษา Shopaholic คืนอิสรภาพให้ชีวิตและการเงิน
การเป็น Shopaholic รักษา ให้หายได้ แต่ต้องอาศัยความเข้าใจและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ โดยมีแนวทางปฏิบัติและ วิธีรักษา Shopaholic ดังนี้
- ตระหนักรู้และเผชิญหน้ากับความจริง: ยอมรับว่าตนเองกำลังมีปัญหา รวบรวมสเตตเมนต์และยอดหนี้ทั้งหมดเพื่อดูตัวเลขที่แท้จริง
- สร้างอุปสรรคในการจ่ายเงิน: ลบแอปพลิเคชันช้อปปิ้งออกจากมือถือ ยกเลิกการผูกบัตรเครดิตกับบัญชีออนไลน์ และเปลี่ยนมาใช้ระบบเงินสดเพื่อให้อัตราการจ่ายเงินทำได้ยากขึ้น
- กฎ 48 ชั่วโมง: เมื่ออยากได้ของชิ้นใดก็ตาม ให้กดใส่ตะกร้าไว้แล้วปิดหน้าจอ ทิ้งเวลาไว้ 48 ชั่วโมง เมื่อเวลาผ่านไป ความอยากที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
- การบำบัดด้วยการปรับความคิดและพฤติกรรม (CBT): ในกรณีที่มีอาการรุนแรง การพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อทำ Cognitive Behavioral Therapy จะช่วยค้นหาปมขัดแย้งในใจที่เป็นต้นตอของพฤติกรรม และปรับมุมมองความคิดต่อการเห็นคุณค่าในตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพิงวัตถุ
การเยียวยาโรคซื้อของไม่หยุดไม่ใช่การห้ามซื้อของไปตลอดชีวิต แต่คือการเรียนรู้ที่จะกลับมามีอำนาจเหนือการควบคุมตนเองอีกครั้ง เพื่อให้เราสามารถใช้ชีวิตและบริหารจัดการการเงินได้อย่างมีความสุขและยั่งยืนอย่างแท้จริง
บรรณานุกรม (References)
งานวิจัยและเอกสารอ้างอิงในประเทศ
- Black, D. W. (2016). Compulsive buying disorder: A review. Current Psychiatry Reports, 18(9), 85. https://doi.org/10.1007/s11920-016-0724-2
- Granero, R., Fernández-Aranda, F., Mestre-Bach, G., Steward, T., Baño, M., Del Pino-Gutiérrez, A., … & Menchón, J. M. (2016). Compulsive buying behavior: Clinical characteristics and concomitant psychiatric disorders. Frontiers in Psychiatry, 7, 129. https://doi.org/10.3389/fpsyt.2016.00129
- Müller, A., Mitchell, J. E., & de Zwaan, M. (2015). Compulsive buying. In Behavioral Addictions (pp. 47-67). Academic Press.
Read More :
- วิธีซื้อของใน Shopee ตั้งแต่เริ่มต้น จนกดให้ทันโค้ดส่งฟรี
- ระวัง! การซื้อของออนไลน์ ไม่น่ากลัว แต่ก็น่ากลัวกว่าที่คิด
- แจกโค้ดส่วนลด Lazada 2025 บัตรเครดิตใบไหนคุ้มสุด?
- Fleet Card คืออะไร? เจาะลึกบัตรเครดิตเติมน้ำมันสำหรับธุรกิจ พร้อมเงื่อนไขที่ควรรู้
- แจกโค้ดส่วนลด Shopee 2025 บัตรเครดิตใบไหนคุ้มสุด
เพื่อนๆ สามารถพูดคุยและติดตามข่าวสาร Mycontent-thai.com ได้ที่กลุ่ม “โค้ดส่วนลด Shopee Lazada ฯลฯ by My Content” และแปะลิ้งค์ Affiliate ได้ที่กลุ่ม “แปะลิ้งค์ โค้ดส่วนลด Shopee, Lazada, TikTok by mycontent V2” ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย^^
เก็บโค้ดส่วนลดวันเลขเบิ้ล 1.1 – 12.12 : คลิก LAZADA | SHOPEE
เก็บโค้ดส่วนลดกลางเดือน MIDMONTH SALE : คลิก LAZADA | SHOPEE
เก็บโค้ดส่วนลดวันเงินเดือนออก PAYDAY : คลิก LAZADA | SHOPEE
จองตั๋วเครื่องบินที่พักโรงแรมกับ LAZADA by Agoda คลิกที่นี่
จองตั๋วเครื่องบินที่พักโรงแรมกับ SHOPEE คลิกที่นี่
จองตั๋วกิจกรรมที่พักโรงแรมwww.Klook.com
คำค้นหา : โรคใช้เงินฟุ่มเฟือย มีอยู่จริงไหม อาการเป็นอย่างไร,สาเหตุโรคใช้เงินไม่หยุด, วิธีรักษา Shopaholic, Shopaholic, Shopaholic คือ, Shopaholic รักษา,หยุดซื้อของไม่ได้




