ไส้กรอง HEPA (High Efficiency Particulate Air) กำจัดได้ทั้งฝุ่น PM2.5 ฝุ่นละออง และเชื้อไวรัส จึงเป็นที่นิยมเลือกใช้กับเครื่องฟอกอากาศที่ต้องเปิดทุกวัน ก่อนจะไปดูอันดับ เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าทำไมต้องเจาะจงที่ HEPA H13 ขึ้นไป นั่นเพราะมาตรฐานนี้มีความสามารถในการดักจับอนุภาคที่มีขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอน ได้อย่างน้อย 99.97% ซึ่งครอบคลุมทั้งฝุ่น PM 2.5 ละอองเกสร และเชื้อแบคทีเรียหลายชนิด ส่วนการกรองไวรัสนั้น มักจะทำงานควบคู่กับเทคโนโลยีเสริม เช่น แสง UVC, ไอออนประจุลบ หรือการเคลือบสารยับยั้งเชื้อโรคบนตัวไส้กรองเอง
1. Xiaomi Smart Air Purifier 4 Series (Lite / Pro)
ยังคงเป็นแชมป์ในใจมหาชนด้วยความคุ้มค่าที่หาตัวจับยาก ไส้กรองของ Xiaomi พัฒนามาถึงจุดที่ใช้เทคโนโลยี High-efficiency Filter ของตัวเอง ซึ่งกรองได้ละเอียดกว่า HEPA มาตรฐานในบางมิติ และทำงานได้เงียบกว่าเดิม
- จุดเด่น: ไส้กรองหาซื้อง่าย ราคาประมาณ 900 – 1,300 บาท ใช้งานได้นาน 6-12 เดือน
- การกรอง: กรอง PM 2.5 และกำจัดก๊าซฟอร์มาลดีไฮด์ได้ดีเยี่ยม
- ราคาไส้กรองเริ่มต้น 599 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่นี่ SHOPEE | LAZADA
2. Sharp FP-J30TA / FP-J40TA
ความโดดเด่นของ Sharp ไม่ใช่แค่ไส้กรอง HEPA แต่คือเทคโนโลยี Plasmacluster ที่ปล่อยประจุไฟฟ้าเพื่อช่วยยับยั้งไวรัสในอากาศโดยตรง
- จุดเด่น: ระบบกรอง 3 ขั้นตอนที่เชื่อใจได้ ไส้กรองแท้ราคาอยู่ในระดับกลาง (ประมาณ 1,500 บาท)
- เหมาะสำหรับ: ห้องนอน เพราะทำงานเงียบและช่วยลดเชื้อโรคสะสมบนพื้นผิว
- ราคาไส้กรองเริ่มต้น 590 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่นี่ SHOPEE | LAZADA
3. Philips Air Purifier Serie 1000i (AC1715)
Philips ขึ้นชื่อเรื่องเซนเซอร์ที่แม่นยำและการกรองแบบ NanoProtect HEPA ซึ่งทางแบรนด์เคลมว่ากรองอนุภาคเล็กได้ถึง 0.003 ไมครอน (เล็กกว่า PM 2.5 ถึง 800 เท่า)
- จุดเด่น: ดักจับไวรัสและละอองเกสรได้ดีมาก ได้รับการรับรองจากสถาบันยุโรป
- ราคาไส้กรอง: ประมาณ 800 บาท ตามช่วงโปรโมชั่น คลิกสั่งซื้อได้ที่นี่ SHOPEE | LAZADA
4. Levoit Core 400S / 300S
แบรนด์ที่มาแรงจากฝั่งอเมริกาและได้รับความนิยมสูงในไทยปี 2026 ด้วยดีไซน์ทรงกระบอกที่ดูดอากาศได้รอบทิศทาง 360 องศา ไส้กรองเป็นแบบ H13 True HEPA * จุดเด่น: มีแผ่นกรองคาร์บอนที่ช่วยกำจัดกลิ่นสัตว์เลี้ยงและควันไฟได้ดีเยี่ยม
- ความคุ้มค่า: ตัวเครื่องราคาไม่แพงและไส้กรองมีอายุการใช้งานนาน
- ราคาเริ่มต้น 1,390 บาท SHOPEE
5. Samsung Blue Sky AX32
เน้นความ Minimal และการใช้งานที่ลื่นไหลผ่านแอปฯ SmartThings ไส้กรองของ Samsung ออกแบบมาให้ถอดเปลี่ยนง่ายและมีการกรองหลายชั้น
- จุดเด่น: ระบบ Multi-Layered Purification ที่แยกส่วนกรองฝุ่นหยาบออกเพื่อให้ HEPA ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพยาวนานขึ้น
- ราคา: เริ่มต้น 1,290 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่นี่ SHOPEE | LAZADA
6. Blueair Blue Max 3350i
หากคุณมีงบประมาณเพิ่มขึ้นอีกนิด Blueair คือมาตรฐานระดับโลกที่ใช้เทคโนโลยี HEPASilent ซึ่งเป็นการผสมผสานการกรองด้วยกลไกและการประจุไฟฟ้า
- จุดเด่น: อัตราการส่งอากาศบริสุทธิ์ (CADR) สูงมาก แม้ในขณะที่เครื่องทำงานเงียบ
- การกรองไวรัส: มีประสิทธิภาพสูงในการดักจับเชื้อโรคทางอากาศ คลิกสั่งซื้อได้ที่นี่ SHOPEE | LAZADA
7. Hatari Smart Air Plus
แบรนด์ไทยที่ไว้ใจได้เรื่องมอเตอร์และความทนทาน สำหรับเครื่องฟอกอากาศ Hatari เน้นที่ไส้กรอง HEPA คุณภาพสูงที่ราคาประหยัดที่สุดในบรรดาแบรนด์ใหญ่
- จุดเด่น: หาซื้อไส้กรองได้ง่ายตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ราคาประหยัด สบายกระเป๋า
- เหมาะสำหรับ: ผู้เริ่มต้นที่ต้องการเครื่องฟอกอากาศมาตรฐานดีในงบจำกัด คลิกสั่งซื้อได้ที่นี่ SHOPEE | LAZADA
8. Bwell CF-8428
แบรนด์ที่มักได้รับความไว้วางใจในสถานพยาบาล เพราะเน้นระบบกรองที่ซับซ้อนถึง 7 ขั้นตอน รวมถึงการใช้ UV-C และ Photocatalyst เพื่อฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย
- จุดเด่น: การกรองที่มากกว่าแค่ HEPA เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ
- ราคาไส้กรอง: ค่อนข้างสูงตามจำนวนชั้นการกรอง แต่คุ้มค่าในแง่ของความสะอาด คลิกสั่งซื้อได้ที่นี่ SHOPEE | LAZADA
9. Smart Air – The Sqair
สำหรับสาย “Back to Basics” ที่เน้นประสิทธิภาพการกรองอย่างเดียวโดยไม่เน้นฟีเจอร์อัจฉริยะ The Sqair คือเครื่องฟอกอากาศที่ใช้ไส้กรอง HEPA ขนาดใหญ่และหนา
- จุดเด่น: ประสิทธิภาพต่อราคาดีที่สุด (Best Value) เพราะไม่มีค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ฟุ่มเฟือย
- การกรอง: เน้นการกรอง PM 2.5 แบบดุดัน คลิกสั่งซื้อได้ที่นี่ SHOPEE | LAZADA
10. Smarthome AP-180
ตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับงบประมาณจำกัด (Entry-level) เหมาะสำหรับห้องขนาดเล็กหรือคอนโด ไส้กรอง HEPA ของรุ่นนี้อาจไม่หนาเท่าแบรนด์ไฮเอนด์ แต่เพียงพอต่อการกรองฝุ่น PM 2.5 ในชีวิตประจำวัน
- จุดเด่น: ราคาตัวเครื่องพันต้นๆ และไส้กรองราคาหลักร้อย
- เหมาะสำหรับ: นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่ต้องการวางเครื่องฟอกกระจายหลายจุดในบ้าน
- ราคา 1,290 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่นี่ SHOPEE | LAZADA
สรุปราคา ไส้กรองอากาศ HEPA
| ยี่ห้อ | ระดับการกรองหลัก | เทคโนโลยีเสริมไวรัส | ราคาไส้กรอง (โดยประมาณ) |
| Xiaomi | HEPA H13 | สารเคลือบต้านเชื้อโรค | 900 – 1,200 บ. |
| Sharp | HEPA | Plasmacluster | 1,400 – 1,700 บ. |
| Philips | NanoProtect HEPA | กรองละเอียด 0.003 µm | 1,100 – 1,800 บ. |
| Levoit | H13 True HEPA | ARC Formula (กำจัดกลิ่น) | 1,000 – 1,500 บ. |
| Bwell | HEPA 7 ขั้นตอน | UV-C / Photocatalyst | 2,000 บ.+ |
การเลือกยี่ห้อไหนดีนั้นขึ้นอยู่กับ ขนาดห้อง และ งบประมาณในระยะยาว (ราคาไส้กรอง) หากคุณเน้นความสะดวกอัจฉริยะ Xiaomi หรือ Samsung คือคำตอบ แต่หากคุณเน้นการฆ่าเชื้อไวรัสแบบจริงจัง Sharp หรือ Bwell อาจจะตอบโจทย์คุณได้มากกว่า สุขภาพปอดเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ การลงทุนกับไส้กรอง HEPA คุณภาพดีในวันนี้ คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับอนาคตของคุณครับ
Read More :
- 10 ตำแหน่งที่ดีที่สุดในการวางเครื่องฟอกอากาศ
- 10 เครื่องฟอกอากาศวางบนโต๊ะ ยี่ห้อไหนดีปี 2026? ไซส์มินิ เสียงไม่รบกวนขณะทำงาน
- 10 เครื่องฟอกอากาศในรถ สูดอากาศบริสุทธิ์ ขจัด PM2.5 และกลิ่นอับ!
- เครื่องฟอกอากาศ Coway 5 รุ่นฮิต 2025 พร้อมราคาเต็ม เลือกรุ่นไหนดี
- แนะนำเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ ลดฝุ่น PM2.5 ได้จริงไหม?











