เลือกตั้ง 2569 หากจะพูดถึงพรรคการเมืองที่เป็นสถาบันและอยู่คู่กับหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยมาอย่างยาวนานที่สุด คงหนีไม่พ้น “พรรคประชาธิปัตย์” (Democrat Party) ด้วยสัญลักษณ์ พระแม่ธรณีบีบมวยผม และอุดมการณ์ที่ยึดมั่นในระบบรัฐสภา พรรคนี้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงปัจจุบัน
จุดเริ่มต้นและการก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ (พ.ศ. 2489)
พรรคประชาธิปัตย์ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2489 โดยกลุ่มนักการเมืองสายอนุรักษนิยมและสายเสรีนิยมที่ต้องการคานอำนาจกับกลุ่มการเมืองเดิมในขณะนั้น
- ผู้ร่วมก่อตั้งสำคัญ: ควง อภัยวงศ์, ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
- หัวหน้าพรรคคนแรก: นายควง อภัยวงศ์
- อุดมการณ์แรกเริ่ม: เน้นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต่อต้านเผด็จการ และส่งเสริมเศรษฐกิจแบบเสรี
พรรคประชาธิปัตย์มีความเชื่อมโยงกับพรรคก้าวหน้า ของ สอ เสถบุตรอย่างไร
พรรคก้าวหน้าก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2488 โดยมี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นหัวหน้าพรรค และมี สอ เสถบุตร(นักโทษการเมืองผู้เขียนพจนานุกรมในคุก) เป็นสมาชิกพรรคและขุนพลคนสำคัญ
- อุดมการณ์: พรรคก้าวหน้ามีจุดยืนที่ชัดเจนในการต่อต้านอำนาจของคณะราษฎรสายปรีดี พนมยงค์ และยึดมั่นในแนวทางอนุรักษนิยม-รอยัลลิสต์
- เมื่อมีการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2489 ฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาลในขณะนั้นเห็นว่าหากแยกกันอยู่จะสู้ได้ยาก ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช จึงได้นำ พรรคก้าวหน้า ไปควบรวมกับ พรรคประชาธิปไตย ของ ดร.โชติ คุ้มพันธ์
- ผลลัพธ์: การรวมตัวกันของทั้งสองพรรคนี้เองที่เป็นรากฐานสำคัญในการจัดตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2489 โดยมีการเชิญ นายควง อภัยวงศ์ มาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนแรก
ทำเนียบหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (พ.ศ. 2489 – ปัจจุบัน)
ตลอดประวัติศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์มีหัวหน้าพรรคมาแล้วทั้งหมด 9 ท่าน โดยแต่ละท่านล้วนมีบทบาทสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ไทย ดังนี้:
| ลำดับ | รายนามหัวหน้าพรรค | ช่วงเวลาดำรงตำแหน่ง | หมายเหตุ |
| 1 | นายควง อภัยวงศ์ | 2489 – 2511 | ผู้ก่อตั้งและนายกรัฐมนตรี 4 สมัย |
| 2 | ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช | 2511 – 2522 | อดีตผู้นำขบวนการเสรีไทยและนายกรัฐมนตรี |
| 3 | นายพิจิตต รัตตกุล (รักษาการ) / พ.อ.พิเศษ ถนัด คอมันตร์ | 2522 – 2525 | อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศชื่อดัง |
| 4 | นายพิชัย รัตตกุล | 2525 – 2534 | ผู้นำพรรคในช่วงฟื้นฟูประชาธิปไตย |
| 5 | นายชวน หลีกภัย | 2534 – 2546 | นายกรัฐมนตรี 2 สมัย เจ้าของฉายา “ใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง” |
| 6 | นายบัญญัติ บรรทัดฐาน | 2546 – 2548 | ผู้นำฝ่ายค้านในยุคการเมืองเข้มข้น |
| 7 | นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ | 2548 – 2562 | นายกรัฐมนตรีคนที่ 27 |
| 8 | นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ | 2562 – 2566 | ผู้นำพรรคในช่วงรัฐบาลผสม |
| 9 | นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน | 2566 – ปัจจุบัน | หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน |
ยุคทองและการต่อสู้พรรคประชาธิปัตย์กับเผด็จการทหาร
ในช่วงทศวรรษ 2500 – 2520 พรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่เป็น “ฝ่ายค้าน” ที่แข็งแกร่งในหลายยุคสมัย โดยเฉพาะการต่อสู้กับอำนาจเผด็จการทหารของจอมพลแปลก พิบูลสงคราม และจอมพลถนอม กิตติขจร
- วาทะเด็ด: พรรคเป็นที่รู้จักในนาม “พรรคพูดเก่ง” จากทักษะการอภิปรายในสภาที่เฉียบคมของสมาชิกพรรคหลายคน
- เหตุการณ์สำคัญ: พรรคประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเลือกตั้งปี 2518 และ 2519 โดย ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียดก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
พรรคประชาธิปัตย์ ยุคผลัดใบสู่ “ชวน หลีกภัย”
หลังผ่านยุควิกฤตการเมือง พรรคเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่ผู้นำที่เป็นสามัญชนมากขึ้น นำโดย นายชวน หลีกภัย ลูกพ่อค้าแม่ค้าจากจังหวัดตรัง ซึ่งสร้างภาพลักษณ์ “ซื่อสัตย์ สุจริต” และ “ยึดมั่นในหลักการ”
- นายกรัฐมนตรี 2 สมัย: นายชวน หลีกภัย นำพรรคชนะการเลือกตั้งและเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในช่วงปี 2535-2538 (หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ) และปี 2540-2544 (ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง)
- ฐานเสียงหลัก: พรรคครองใจผู้คนในพื้นที่ภาคใต้และกรุงเทพมหานครอย่างเหนียวแน่นมาอย่างยาวนาน
ความท้าทายในยุคการเมืองขั้วอำนาจใหม่
เข้าสู่ยุคปี 2544 เป็นต้นมา พรรคประชาธิปัตย์ต้องเผชิญกับคู่แข่งใหม่ที่น่ากลัวอย่างพรรคไทยรักไทย นำไปสู่การปรับตัวครั้งใหญ่ภายใต้การนำของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
- วิกฤตความขัดแย้ง: พรรคเผชิญกับมรสุมทางการเมือง ทั้งการบอยคอตการเลือกตั้ง และความขัดแย้งบนท้องถนน จนกระทั่งนายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีในปี 2551-2554 ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมือง
นโยบายเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาธิปัตย์ในปัจจุบัน
ในปัจจุบัน พรรคประชาธิปัตย์กำลังอยู่ในช่วง “การปฏิรูปพรรค” เนื่องจากคะแนนเสียงที่ลดน้อยลงในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด (พ.ศ. 2566) ทำให้พรรคต้องเร่งสร้าง New Generation และปรับนโยบายให้ทันต่อโลกยุคดิจิทัล
สรุปเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์ยังคงอยู่
- ความเป็นสถาบัน: มีข้อบังคับพรรคที่ชัดเจน ไม่ได้เป็นพรรคของใครคนใดคนหนึ่ง
- หลักการกฎหมาย: ยึดถือระเบียบแบบแผนและกระบวนการทางรัฐสภาเป็นหลัก
- การผลิตนักการเมือง: เป็นโรงเรียนการเมืองที่สร้างนักพูดและนักกฎหมายชั้นยอดให้กับประเทศไทย
เกร็ดน่ารู้: คำขวัญของพรรคคือ “สจฺจํ เว อมตา วาจา” (สัจจะแห่งตนคือวาจาที่ไม่ตาย)
พรรคประชาธิปัตย์มีความต่างจากพรรคอื่นตรงที่ “พรรคไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง” แต่บริหารโดยคณะกรรมการบริหารพรรคตามข้อบังคับที่เคร่งครัด ทำให้พรรคสามารถดำรงอยู่ได้แม้จะมีการเปลี่ยนตัวผู้นำมาหลายรุ่น
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- เลือกตั้ง 2569 : บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ 2 สี มีอะไรบ้าง? เช็กให้ชัวร์ก่อนเข้าคูหา
- เลือกตั้ง 2569 กาให้ถูกพรรค ดูรายชื่อ 52 พรรคที่ส่ง สส. บัญชีรายชื่อ & แบ่งเขต
- เลือกตั้ง 2569 : เจาะลึกประวัติ “พรรคส้ม” จากอนาคตใหม่สู่พรรคประชาชน ใครคือหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน
- เลือกตั้ง 2569 มีพรรคการเมืองสายทหาร พรรคไหนบ้าง?
- เลือกตั้ง 2569 พรรคไหน ชูนโยบายคงโครงการคนละครึ่ง ให้มีต่อ
- 5 พรรคการเมืองที่คน Gen X คุ้นหู และข้อมูลปัจจุบันว่าแต่ละพรรคหายไปไหน




