เดือนภาษาอังกฤษ พร้อมคำอ่านและตัวย่อ (ครบ 12 เดือน)

เดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน พร้อมตัวย่อ และเคล็ดลับวิธีใช้

การเรียกชื่อ 12 เดือนภาษาอังกฤษ และ วันภาษาอังกฤษ เป็นพื้นฐานสำคัญที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการนัดหมาย การเขียนอีเมล หรือการกรอกเอกสารสำคัญ บทความนี้จะช่วยให้คุณจำได้แม่นยำ พร้อมแจกตารางคำศัพท์ เดือนภาษาอังกฤษ พร้อมคำอ่าน และตัวย่อที่ถูกต้องตามหลักสากล

1 ปี มี 12 เดือนภาษาอังกฤษ ตารางสรุปคำศัพท์ คำอ่าน และตัวย่อ

การจำ เดือน ย่อ อังกฤษ ให้ถูกต้องจะช่วยให้คุณดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น โดยเฉพาะการสะกดคำยากๆ อย่าง เดือนกุมภาพันธ์ ภาษาอังกฤษ มาดูรายละเอียดกันครับ

1. ที่มาชื่อเดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน January (มกราคม)

เดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน January (มกราคม)

ชื่อเดือนนี้ตั้งตามเทพเจ้า Janus (เจนัส) เทพแห่งการเริ่มต้น ประตู และทางผ่านของชาวโรมัน ลักษณะเด่นของเทพเจนัสคือมี 2 ใบหน้า หน้าหนึ่งมองไปข้างหลัง (อดีต) และอีกหน้าหนึ่งมองไปข้างหน้า (อนาคต) ซึ่งสะท้อนความหมายของการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เดิมทีปฏิทินโรมันมีเพียง 10 เดือน (เริ่มที่เดือนมีนาคม) แต่กษัตริย์ Numa Pompilius ได้เพิ่มเดือนมกราคมลงไปเพื่อให้ครบตามรอบจันทรคติ การบูชาเทพเจนัสในเดือนนี้จึงเป็นการขอพรเพื่อให้เริ่มต้นปีด้วยความราบรื่นและปลอดภัย

2. ที่มาชื่อเดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน February (กุมภาพันธ์)

เดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน February (กุมภาพันธ์)

คำว่า February มาจากภาษาละตินว่า “Februa” ซึ่งเป็นชื่อของเทศกาลชำระล้างบาปและการทำจิตใจให้บริสุทธิ์ (Februalia) ของชาวโรมันโบราณ เทศกาลนี้มักจัดขึ้นในช่วงกลางเดือนเพื่อเตรียมตัวรับการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิและการเริ่มต้นปีใหม่ตามปฏิทินเดิม ในอดีตเดือนนี้เคยมีจำนวนวันที่เปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งจากการปรับเปลี่ยนปฏิทินของผู้นำโรมันหลายยุคสมัย จนกลายเป็นเดือนที่สั้นที่สุดในปัจจุบัน เพื่อคงไว้ซึ่งสัญลักษณ์ของการปัดกวาดสิ่งไม่ดีออกไปก่อนจะเข้าสู่เดือนแห่งการเพาะปลูก

3. ที่มาชื่อเดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน March (มีนาคม)

เดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน March (มีนาคม)

ในปฏิทินโรมันยุคแรกสุด เดือนมีนาคมถือเป็น “เดือนแรกของปี” ชื่อของมันมาจากเทพเจ้า Mars (มาร์ส) เทพแห่งสงคราม สาเหตุที่ตั้งชื่อตามเทพสงครามไม่ใช่เพียงเพื่อความดุดัน แต่เพราะช่วงเวลานี้คือจุดสิ้นสุดของฤดูหนาว หิมะละลาย และอากาศเริ่มอบอุ่น เหมาะแก่การเคลื่อนทัพทำศึกสงครามอีกครั้ง นอกจากนี้มาร์สยังเป็นเทพที่คุ้มครองเกษตรกรรม การเริ่มต้นปีด้วยเดือนของมาร์สจึงหมายถึงการประกาศอำนาจและการเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูกไปพร้อมๆ กัน

4. ที่มาชื่อเดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน April (เมษายน)

เดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน April (เมษายน)

ที่มาของชื่อ April มีข้อสันนิษฐานหลักสองทาง ทางแรกเชื่อว่ามาจากคำละติน “Aperire” ซึ่งแปลว่า “เปิด” สื่อถึงช่วงเวลาที่ดอกไม้และต้นไม้เริ่ม “ผลิบาน” หรือเปิดออกรับแสงแดดในฤดูใบไม้ผลิ อีกข้อสันนิษฐานหนึ่งคือตั้งชื่อตามเทพี Aphrodite (อโฟรไดเท) เทพีแห่งความรักและความงามของกรีก (ซึ่งชาวโรมันเรียกว่า Venus) เนื่องจากเป็นเดือนที่ธรรมชาติกลับมาสวยงามและมีชีวิตชีวาอีกครั้ง จึงเป็นเดือนแห่งความอ่อนหวานและการเจริญเติบโตของชีวิตใหม่

5. ที่มาชื่อเดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน May (พฤษภาคม)

เดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน May (พฤษภาคม)

ชื่อเดือนนี้ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่เทพี Maia (ไมอา) ตามความเชื่อโรมันนางเป็นเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์และเป็นมารดาของเทพเฮอร์มีส (Mercury) นอกจากนี้ Maia ยังมีความหมายสื่อถึง “ความยิ่งใหญ่” หรือ “การเติบโต” เดือนพฤษภาคมจึงเป็นช่วงเวลาที่พืชพันธุ์ที่เริ่มผลิบานในเดือนเมษายนเริ่มเติบโตอย่างเต็มที่และแข็งแรง ชาวโรมันถือว่าเดือนนี้เป็นเดือนที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับการเฉลิมฉลองพลังของสตรีและการขยายพันธุ์ของสรรพสิ่งในธรรมชาติ

6. ที่มาชื่อเดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน June (มิถุนายน)

เดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน June (มิถุนายน)

มิถุนายนถูกตั้งชื่อตามเทพี Juno (จูโน) ราชินีแห่งเหล่าเทพเจ้าและมเหสีของเทพจูปิเตอร์ (Jupiter) พระนางทรงเป็นเทพีคุ้มครองการแต่งงานและความเป็นสตรี ชาวโรมันเชื่อว่าการแต่งงานในเดือนมิถุนายนจะได้รับความคุ้มครองจากเทพีจูโนและมีความสุขในชีวิตคู่ จึงเป็นที่มาของธรรมเนียม “June Bride” ที่นิยมมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีทฤษฎีว่ามิถุนายนมาจากคำว่า “Iuniores” ที่แปลว่า “คนหนุ่มสาว” ซึ่งสอดคล้องกับเดือนพฤษภาคมที่อาจมาจาก “Maiores” หรือ “ผู้หลักผู้ใหญ่”

7. ที่มาชื่อเดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน July (กรกฎาคม)

เดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน July (กรกฎาคม)

เดิมทีเดือนนี้มีชื่อว่า “Quintilis” ซึ่งแปลว่า “เดือนที่ 5” ตามการนับปฏิทินแบบเก่า แต่ต่อมาสภาโรมันได้เปลี่ยนชื่อเป็น July เพื่อเป็นเกียรติแก่ Julius Caesar (จูเลียส ซีซาร์) รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของโรม เนื่องจากซีซาร์เกิดในเดือนนี้ และเขายังเป็นผู้ปฏิรูปปฏิทินครั้งใหญ่ที่เรียกว่า “ปฏิทินจูเลียน” การเปลี่ยนชื่อเดือนนี้จึงเป็นการประกาศถึงอำนาจและความสำคัญของเขาให้คงอยู่ตลอดกาลในหน้าประวัติศาสตร์การนับเวลาของมนุษย์

8. ที่มาชื่อเดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน August (สิงหาคม)

เดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน August (สิงหาคม)

เช่นเดียวกับเดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคมเดิมมีชื่อว่า “Sextilis” แปลว่า “เดือนที่ 6” ต่อมาได้ถูกเปลี่ยนชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ Augustus Caesar (ออกัสตัส ซีซาร์) จักรพรรดิพระองค์แรกของโรมันผู้เป็นหลานบุญธรรมของจูเลียส ซีซาร์ สาเหตุที่เขาเลือกเดือนนี้เพราะเป็นช่วงเวลาที่เขาได้รับชัยชนะครั้งสำคัญหลายครั้งรวมถึงการพิชิตอียิปต์ มีตำนานเล่าว่าเขาได้เพิ่มวันให้เดือนสิงหาคมเป็น 31 วันเท่ากับเดือนกรกฎาคม เพื่อให้ยิ่งใหญ่ไม่แพ้จูเลียส ซีซาร์นั่นเอง

9. ที่มาชื่อเดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน September (กันยายน)

เดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน September (กันยายน)

ที่มาของเดือนที่ 9 นั้นเรียบง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด เพราะมาจากคำละตินว่า “Septem” ซึ่งแปลว่า “เจ็ด” แม้ในปัจจุบันจะเป็นเดือนที่ 9 แต่ในปฏิทินโรมันดั้งเดิมที่มีเพียง 10 เดือน กันยายนคือเดือนที่ 7 แม้ภายหลังจะมีการเพิ่มเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์เข้ามาที่ต้นปีจนลำดับเลื่อนไป แต่ชื่อเดิมที่เป็นร่องรอยของระบบเลขฐานสิบในอดีตก็ยังถูกเก็บรักษาไว้ไม่เปลี่ยนแปลงจนถึงปัจจุบัน

10. ที่มาชื่อเดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน October (ตุลาคม)

เดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน October (ตุลาคม)

คำว่า October มาจากคำละตินว่า “Octo” แปลว่า “แปด” (เช่นเดียวกับคำว่า Octopus ที่แปลว่าปลาหมึกแปดหนวด) ตามตำแหน่งเดิมที่เป็นเดือนที่ 8 ของปฏิทินโรมัน ในช่วงประวัติศาสตร์โรมันเคยมีความพยายามจะเปลี่ยนชื่อเดือนนี้ตามชื่อจักรพรรดิหลายพระองค์ เช่น Antoninus หรือ Tacitus แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมและถูกเรียกกลับมาเป็น October ตามเดิม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชาวโรมันจัดเทศกาลขอบคุณพระเจ้าสำหรับการเก็บเกี่ยวและเข้าสู่ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง

11. ที่มาชื่อเดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน November (พฤศจิกายน)

เดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน November (พฤศจิกายน)

พฤศจิกายนมาจากคำละตินว่า “Novem” ซึ่งแปลว่า “เก้า” โดยเป็นเดือนที่ 9 ตามปฏิทินโบราณ แม้ว่าอากาศจะเริ่มหนาวเย็นและเป็นช่วงเวลาของการเตรียมตัวเข้าสู่ฤดูหนาวที่รุนแรง แต่ชื่อที่บ่งบอกลำดับที่ 9 ก็ยังคงอยู่ แม้ว่าตำแหน่งจริงๆ จะกลายเป็นเดือนที่ 11 ไปแล้วก็ตาม เดือนนี้มักเป็นช่วงที่ชาวโรมันโบราณทำการถนอมอาหารและเก็บสะสมฟืนไว้ใช้ในยามที่ลมหนาวพัดมาถึง

12. ที่มาชื่อเดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน December (ธันวาคม)

เดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน December (ธันวาคม)

เดือนสุดท้ายของปีมีที่มาจากคำละตินว่า “Decem” แปลว่า “สิบ” (เหมือนกับคำว่า Decimal ที่เกี่ยวกับเลขฐานสิบ) เดิมเป็นเดือนสุดท้ายของปฏิทินที่มี 10 เดือน แม้จะเปลี่ยนมาเป็นเดือนที่ 12 แต่ชื่อเดิมยังคงขลังและสะท้อนถึงการสิ้นสุดรอบเวลา ในช่วงเดือนนี้ชาวโรมันมีเทศกาล “Saturnalia” เพื่อบูชาเทพแซทเทิร์น (เทพแห่งกาลเวลาและการเกษตร) ซึ่งมีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่และผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในสังคม เป็นต้นกำเนิดของบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองในช่วงปลายปีที่เราเห็นกันในปัจจุบันครับ

เดือนที่ภาษาอังกฤษคำอ่าน (ไทย)ตัวย่อ
1Januaryแจน-นิว-อะ-รีJan
2Februaryเฟบ-รู-อะ-รีFeb
3Marchมาร์ชMar
4Aprilเอ-พริลApr
5Mayเมย์May
6JuneจูนJun
7Julyจู-ไลJul
8Augustออก-กัสต์Aug
9Septemberเซพ-เท็ม-เบอร์Sep
10Octoberออค-โท-เบอร์Oct
11Novemberโน-เว็ม-เบอร์Nov
12Decemberดี-เซ็ม-เบอร์Dec

เทคนิคการเขียนและการใช้คำบุพบท (Prepositions)

เพื่อให้บทความนี้ครบถ้วนสำหรับการนำไปใช้งานจริง นี่คือหลักการที่หลายคนมักสับสน:

  1. การใช้ In: ใช้กับเดือน (ไม่มีวันที่) เช่น In JanuaryIn February
  2. การใช้ On: ใช้กับวันในสัปดาห์ หรือ วันที่แบบระบุชัดเจน เช่น On MondayOn February 14th
  3. ตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ: ไม่ว่าจะเป็นชื่อวันหรือเดือน ต้องขึ้นต้นด้วย Capital Letter (ตัวพิมพ์ใหญ่) เสมอ เช่น September(ไม่ใช่ september)
  4. จุดหลังตัวย่อ: การเขียนตัวย่อภาษาอังกฤษแบบ American English นิยมใส่จุด (.) ไว้ข้างหลังเสมอ เช่น Oct.Nov.ยกเว้นเดือน May ที่ไม่มีตัวย่อ

ทำไมต้องรู้ตัวย่อเดือนภาษาอังกฤษ?

การใช้ตัวย่อเดือนเป็นเรื่องปกติในหลายบริบท เช่น:

  • การเขียนวันที่แบบสากล เช่น 15 Sep 2025
  • การกรอกเอกสารราชการหรือวีซ่า
  • การใช้งานใน Excel หรือซอฟต์แวร์ธุรกิจต่างๆ
  • ป้ายสินค้า ใบส่งของ และระบบคลังสินค้า

ตัวอย่างการเขียนวันที่ภาษาอังกฤษ

  • 15 January 2025 → วันที่ 15 เดือนมกราคม พ.ศ. 2568
  • 01 Jul 2024 → วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 (ใช้ตัวย่อ)

รูปแบบวันที่ยอดนิยม

  • แบบอังกฤษ (British): DD/MM/YYYY → 04/08/2025
  • แบบอเมริกัน (American): MM/DD/YYYY → 08/04/2025
  • แบบสากล (ISO): YYYY-MM-DD → 2025-08-04

บทความนี้ได้สรุป ชื่อเดือนภาษาอังกฤษ พร้อม คำอ่านภาษาไทย และ ตัวย่อของแต่ละเดือน ไว้อย่างครบถ้วน เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา ผู้ทำงาน หรือผู้ที่ต้องการใช้งานภาษาอังกฤษอย่างมืออาชีพ สามารถนำไปใช้ในการเขียน เรียน และทำงานได้อย่างมั่นใจ

หากคุณต้องการดาวน์โหลดตารางชื่อเดือนภาษาอังกฤษนี้ในรูปแบบ PDF หรือ Excel สำหรับพิมพ์หรือแจกนักเรียน โปรดติดตามได้ที่ mycontent-thai.com

เคล็ดลับจำเดือน–จำนวนนับวัน

1. วิธี “knuckle method” (ใช้ข้อนิ้ว):
นับบนข้อนิ้วมือจาก January เริ่มบนข้อนูน (31 วัน) แล้วสลับกับหลุม (30 หรือ 28) ยกเว้น February ซึ่งมี 28/29 วัน

2. นิทานท่องกลอน:
— “30 days has September,
April, June and November…”

การเชื่อมโยงเดือนกับฤดูกาล

เข้าใจการจัดกลุ่มเดือนตามฤดูกาลสากล:

  • Winter: December, January, February
  • Spring: March, April, May
  • Summer: June, July, August
  • Autumn: September, October, November

ตัวอย่างการใช้ประโยค

  • I was born in June เดือน ที่อากาศอบอุ่น
  • Let’s meet in May เดือน (May เดือนนี้) เพื่อเตรียมสอบปลายภาค
  • Our trip is planned for November เดือน (November เดือนนี้)
  • Do you know กันยายน ภาษาอังกฤษ ย่อ คือ “Sept.”?

การเรียนรู้ เดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน พร้อมคำอ่าน และตัวย่อ ไม่ใช่เรื่องยากหากมีการทบทวนบ่อยๆ โดยเฉพาะเดือนที่มีตัวสะกดซับซ้อนอย่าง February (กุมภาพันธ์) หากคุณจำเทคนิคเหล่านี้ได้ การสื่อสารภาษาอังกฤษของคุณจะแม่นยำและเป็นธรรมชาติแน่นอน

Read More :

Leave a Reply