อาการ เจ็บคอ คออักเสบ และมีไข้ อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส ซึ่งหากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น คออักเสบจากเชื้อสเตรปโตคอคคัส (Streptococcal Pharyngitis) แพทย์มักแนะนำให้ใช้ ยาแก้อักเสบเจ็บคอ หรือยาปฏิชีวนะ แต่ถ้าเกิดจากเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดทั่วไป อาจใช้ยาลดไข้และยาแก้เจ็บคอช่วยบรรเทาอาการแทน บทความนี้ Mycontent-thai.com จะช่วยแนะนำ 10 ยาแก้อักเสบเจ็บคอ เป็นไข้ ต้องกินอะไร และวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับอาการ
10 ยาแก้อักเสบเจ็บคอ เป็นไข้ ต้องกินอะไร

1. ยาแก้อักเสบ Amoxicillin (ต้องมีใบสั่งแพทย์)
- เป็นยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนนิซิลลิน ใช้รักษาคออักเสบจากแบคทีเรีย
- เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีประวัติแพ้เพนนิซิลลิน
- ควรกินให้ครบตามแพทย์สั่ง
2. ยาแก้อักเสบ Azithromycin (ต้องมีใบสั่งแพทย์)
- ใช้แทน Amoxicillin สำหรับผู้ที่แพ้เพนนิซิลลิน
- มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดคออักเสบ
- รับประทานตามคำแนะนำของแพทย์
3. ยาแก้อักเสบ Cefuroxime (ต้องมีใบสั่งแพทย์)
- ยาปฏิชีวนะในกลุ่มเซฟาโลสปอริน ใช้รักษาทอนซิลอักเสบ
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการคออักเสบรุนแรงและมีหนอง
4. ยาแก้อักเสบ Ibuprofen (ซื้อได้ทั่วไป)
- ยาแก้อักเสบชนิดไม่มีสเตียรอยด์ (NSAIDs) ช่วยลดไข้และบรรเทาอาการเจ็บคอ
- เหมาะสำหรับอาการ ไข้หนาวสั่นเจ็บคอ
5. ยาแก้อักเสบ Paracetamol (ซื้อได้ทั่วไป)
- ยาลดไข้และแก้ปวด ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอและไข้
- เหมาะสำหรับอาการ เจ็บคอมากไม่มีไข้ แต่มีอาการระคายเคือง
6. ยาอม Strepsils Lozenges (ยาอมแก้เจ็บคอ)
- มีสารต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ
- ใช้ระหว่างวันเพื่อให้คอชุ่มชื้น ลดอาการแสบคอ
7. ยาแก้อักเสบ Difflam Spray (สเปรย์พ่นคอ)
- มีตัวยา Benzydamine ช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการเจ็บคอ
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการคออักเสบหรือทอนซิลอักเสบ
8. ยาแก้อักเสบ Dexamethasone (ต้องมีใบสั่งแพทย์)
- สเตียรอยด์ที่ช่วยลดอาการอักเสบของลำคอในกรณีที่รุนแรง
- ควรใช้ตามแพทย์สั่งเท่านั้น
9. ยาแก้อักเสบ Tantum Verde Lozenges (ยาอมลดการอักเสบ)
- มีตัวยา Benzydamine คล้าย Difflam ช่วยลดอาการเจ็บคอ
- ใช้ได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
10. ยาแก้อักเสบ Tylenol Cold & Flu (ยาแก้ไข้และเจ็บคอสูตรผสม)
- มีพาราเซตามอลช่วยลดไข้ และมีสารลดน้ำมูก ลดอาการคัดจมูก
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก
วิธีเลือกยาแก้อักเสบเจ็บคอและไข้
- แยกอาการระหว่างติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย
- ติดเชื้อไวรัส: มักมีน้ำมูก ไอ เจ็บคอแต่ไม่รุนแรง ไม่มีหนอง
- ติดเชื้อแบคทีเรีย: เจ็บคอรุนแรง มีไข้สูง อาจมีหนองที่ต่อมทอนซิล
- ใช้ยาปฏิชีวนะเฉพาะเมื่อจำเป็น
- หากเป็นคออักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย ควรใช้ยาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่ง
- ห้ามใช้ยาปฏิชีวนะมั่ว ๆ หากเกิดจากไวรัส เพราะจะไม่ได้ผล
- เลือกยาแก้เจ็บคอเสริมเพื่อบรรเทาอาการ
- ยาลดอักเสบ แก้ปวด เช่น ไอบูโพรเฟน หรือพาราเซตามอล
- ยาอมแก้เจ็บคอ สเปรย์พ่นคอ ช่วยลดอาการระคายเคือง
ควรพบแพทย์เมื่อใด?
หากมีอาการต่อไปนี้ ไม่ควรนิ่งนอนใจ รักษาตั้งแต่เนิ่นๆ มีโอกาสหายเร็วกว่า และกินยาน้อยกว่า เมื่อสังเกตตัวเองแล้วพบว่ามีอาการเหล่านี้เพื่อนๆ ควรรีบไปพบแพทย์นะคะ
- เจ็บคอรุนแรงจนกลืนอาหารลำบาก
- มีไข้สูงเกิน 39°C นานกว่า 3 วัน
- มีหนองที่ต่อมทอนซิล หรือมีกลิ่นปากแรงผิดปกติ
- มีเสมหะสีเขียวหรือเหลืองเข้ม และมีไข้ร่วมด้วย
- หายใจลำบากหรือเสียงเปลี่ยนไปจากปกติ
ยาแก้อักเสบเจ็บคอ ที่ต้องได้ยาปฏิชีวนะ เราไม่สามารถซื้อเองได้ ต้องผ่านการตรวจสอบจากเภสัชกร หรือพบแพทย์เพื่อแยกอาการเท่านั้น แต่หากเป็นไข้ก็สามารถซื้อยาบรรเทาอาการที่หาซื้อได้ทั่วไป เช่น Ibuprofen, Paracetamol, และยาอมแก้เจ็บคอ หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 3-5 วัน หรือมีอาการรุนแรง ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมค่ะ
Read More :
- 10 อาหารเสริมโอเมก้า 3 ยี่ห้อไหนดี 2025
- 10 อาหารเสริมแมกนีเซียม ยี่ห้อไหนดี 2025
- วิตามินซี ช่วยให้ขาว จริงหรือ?
- 6 หม้อทอดไร้น้ำมัน ยี่ห้อไหนดี 2025
- วิธีอ่านค่าความดันโลหิตให้ถูกต้อง เข้าใจง่าย ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด











