พระกินกาแฟได้ไหม น้ำอะไรไม่ควรถวายพระสงฆ์​

พระกินกาแฟได้ไหม  น้ำอะไรไม่ควรถวายพระสงฆ์​?

  • เรื่องวุ่นๆ ของพุทธศาสนิกชน เมื่อคนรุ่นใหม่สับสนว่า พระฉันกาแฟได้ไหม และเครื่องดื่มอะไรไม่ควรถวายพระสงฆ์ 
  • กาแฟเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตมาตั้งแต่โบราณกาล แต่กาแฟนี้พระสงฆ์ดื่มหลังเที่ยงได้ไหม? พบคำตอบได้ที่นี่

เนื่องจากยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกเส้นทาง มักพบกับร้านกาแฟ ร้านเครื่องดื่มสมัยใหม่ ทั้งชงสด และรูปแบบกาแฟสำเร็จรูป พวกเราเองในฐานะพุทธบริษัท ไม่ได้ถือศีล 227 ข้ออย่างพระสงฆ์ จะเข้าคาเฟ่และร้านกาแฟเมื่อไหร่ก็ได้ แต่หากต้องหาเครื่องดื่มถวายพระ หรือใส่บาตรแล้วล่ะก็ ต้องรู้ไว้ว่า เครื่องดื่มบางอย่าง ไม่สามารถถวายพระได้ เพราะจะทำให้ท่านผิดศีล วันนี้ Mycontent-thai จะพาคุณมาพบคำตอบว่า เครื่องดื่มแบบไหนที่เหมาะ หรือไม่เหมาะถวายพระ

เก็บโค้ด Lazada  4.4 คลิกเลย

น้ำอะไรไม่ควรถวายพระสงฆ์ เป็นพระห้ามดื่มอะไรบ้าง

แม้ว่าสมัยพุทธกาล จะไม่ได้มีเครื่องดื่มต่างๆ ที่หลากหลายเท่ากับปัจจุบันนี้ แต่ข้อกำหนดในศีลของพระสงฆ์ก็ได้อธิบายอาหาร ยา และเครื่องดื่มต่างๆ ที่เหมาะสมสำหรับพระสงฆ์ ซึ่งเมื่อดื่มแล้วจะไม่ไปทำให้เกิดการอาบัติผิดศีล ผิดวินัยต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อการบำเพ็ญศีลของพระสงฆ์ เนื่องจากพระสงฆ์ฉันอาหารได้วันละสองมื้อ ดังนั้นจึงมีข้อกำหนดเกี่ยวกับเครื่องดื่มที่สามารถดื่มได้ระหว่างวัน และข้อยกเว้นเกี่ยวกับยาต่างๆ ที่ต้องกลืนหรือรับประทานไว้ในพระวินัย

ประเภทที่ 1 : ยาวกาลิก

คืออาหารที่พระพุทธเจ้าอนุญาตให้ฉันได้ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงวัน เมื่อรับประเคนแล้วรับประทานได้แคี่ชั่วเวลาเช้า ถึงเที่ยงวันนั้น ได้แก่ อาหารต่างๆ และ ผัก ผลไม้ รวมถึงขนม

ประเภทที่ 2 : ยามกาลิก

คือเครื่องดื่ม หรือน้ำคั้นผลไม้ที่คั้นแยกเมล็ดออกให้มากที่สุด รับประทานได้ชั่วระยะเวลาวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง เท่ากับว่าดื่มได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

ประเภทที่ 3 : สัตตาหกาลิก

คือของที่รับประเคนไว้แล้ว ฉันได้ใน 5 วัน ได้แก่ เภสัชทั้ง 5 ได้แก่ เนยใส, เนยข้น, น้ำมัน, น้ำผึ้ง และอ้อย

ประเภทที่ 4 : ยาวชีวิก

คือของที่ฉันได้ไม่จำกัดเวลาของชีวิต ได้แก่ ของที่ใช้ปรุงเป็นยา ได้แก่ พืช หรือผลไม้ที่มีส่วนต่างๆ เป็นยา ตามที่พระวินัยกำหนดไว้ในความหมายของเภสัช

เครื่องดื่มที่พระสงฆ์ดื่มได้ตลอดทั้งวัน คือน้ำผลไม้ที่รับประเคนมาแล้ว ต้องดื่มได้ในวันนั้น และก่อนอรุณของวันใหม่ ซึ่งน้ำปานะ จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องดื่มที่เรียกว่า “ยามกาลิก”​ ที่พระสงฆ์ดื่มได้ช่วงกลางวันและกลางคืน ลักษณะของน้ำปานะที่ถูกต้อง มีดังนี้

พระวินัยได้บัญญัติเกี่ยวกับน้ำปานะไว้ 8 ชนิด ได้แก่ น้ำมะม่วง, น้ำชมพู่หรือน้ำหว้า, น้ำกล้วยมีเม็ด, น้ำกล้วยไม่มีเม็ด, น้ำมะทราง, น้ำลูกจันทร์หรือองุ่น, น้ำเหง้าอุบล และ​น้ำมะปรางหรือลิ้นจี ซึ่งเป็นน้ำผลไม้คั้นกาก มีวิธีการทำคือ ต้องคว้านเมล็ดออกให้มากที่สุด แล้วเอาผ้าห่อ บิดเอาเฉพาะน้ำออกจากผ้า เติมน้ำให้รสชาติพอดี

Q : พระกินน้ำปั่นได้ไหม

A : จากข้อนี้จึงสรุปได้ว่า “พระดื่มน้ำปั่นหลังเพลไม่ได้” ไม่ว่าจะเป็นน้ำผลไม้ปั่นแยกกาก หรือไม่แยกกาก หรือน้ำปั่นอื่นๆ ที่มีน้ำแข็ง เพราะน้ำแข็งที่ไม่แตกละเอียด พระท่านจะต้องกลืน หรือเคี้ยวบ้าง หากเครื่องปั่นไม่ละเอียด ดังนั้นจึงไม่ควรถวายน้ำผลไม้ปั่นแด่พระภิกษุสงฆ์หลังเที่ยง

Q : พระกินกาแฟได้ไหม

A : ใครที่เคยถวายเครื่องดื่มแก่พระสงฆ์คงจะทราบแล้วว่า กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ถวายพระได้ เนื่องจากกาแฟจัดอยู่ในกลุ่มเมล็ดของพืชที่เป็นยาได้ แต่ก็ต้องเป็นกาแฟดำ ถ้าเป็นกาแฟที่ผสมนม หรือน้ำตาล ต้องดื่มภายในวันนั้น ไม่ให้ค้างคืน ซึ่งทำให้การดื่มกาแฟ 3 in 1 หรือกาแฟกระป๋องนั้นไม่สมควร ถวายได้แต่ท่านต้องดื่มภายใน 7 วัน  

ดังนั้นการถวายกาแฟ 3 in 1 หรือกาแฟกระป๋อง ถวายได้ แต่ต้องไม่เยอะเกินจำนวนที่ไม่เหมาะสมต่อการบริโภคต่อวัน ถ้าใส่ไปเยอะ ก็กลับกลายเป็นว่าเป็นภาระท่านต้องเอาไปแจกจ่ายผู้อื่นต่อไปอีก

Q : พระกินกาแฟหลังเที่ยงได้ไหม

A : หากมองกาแฟเป็น “สัตตาหกาลิก” หรือเภสัชทั้ง 5 ไม่ว่าจะผสมนม หรือไม่ผสมนม ถ้าจัดอยู่ในกลุ่มยานี้แล้วล่ะก็ ดื่มหลังเที่ยงได้ แต่ต้องรับประทานภายใน 7 วัน หลังรับประเคน แต่ถ้าหากเป็นกาแฟใส่ไข่มุกแบบที่นิยมกันบางร้านล่ะก็ ดื่มไม่ได้ เพราะต้องเคี้ยวนั่นเอง

Q : พระกินชาเย็นได้ไหม

A : ชาเย็นก็เป็นอีกข้อ ที่มีผู้คนสงสัยมากเช่นกัน ชาเย็น แบบชาไทยที่นิยมดื่มในปัจจุบันมีส่วนผสมของ น้ำตาล นมข้น อยู่มาก ดังนั้นหากจะนำไปถวายท่าน ก็เป็นเครื่องดื่มที่ท่านต้องดื่มภายในวันนั้น แต่ก็ไม่ได้จัดเป็นน้ำปานะที่ดื่มได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

ชาอย่างเดียว จัดเป็นยา ท่านนำไปชงดื่มเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้าเป็นชาเย็นผสมนม หรือน้ำตาล เมื่อรับประเค็นแล้วก็ต้องรีบดื่มภายใน 7 วัน

Q : พระกินโกโก้ได้ไหม

A : เมล็ดโกโก้ แม้ว่าจะจัดเป็นยาได้ แต่บางท่านก็ไม่ได้ยอมรับว่าเครื่องดื่มโกโก้เป็นยา เพราะมีส่วนผสมของ นม เนย น้ำตาลต่างๆ ที่ปรุงแต่งรสชาติมาแล้ว โดยเฉพาะเมนูปั่นที่ผสมน้ำแข็ง พระต้องฉันด้วยการกลืน จึงทำให้บางวัดปฏิเสธเมนูนี้สำหรับการกินหลังเที่ยง

ดูสิ่งของที่สามารถถวายพระได้ที่นี่

ทั้งหมดนี้เป็นความรู้เกี่ยวกับการถวายเครื่องดื่มแก่พระสงฆ์ที่ Mycontent-thai.com รวบรวมมาจากหลายแหล่ง หากมีข้อมูลส่วนใดผิดพลาดประการได้ ก็สามารถส่งมาบอกกล่าวกันได้ที่นี่

ที่มา : 

http://www.watpamahachai.net/Doc68.htm

https://pantip.com/topic/36271221

Leave a Reply