วิธีเขียนบรรณานุกรมจากเว็บไซต์ และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ (อัปเดตล่าสุด 2025)

วิธีเขียนบรรณานุกรมจากเว็บไซต์ และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ (อัปเดตล่าสุด 2569/2026)

ในการทำรายงาน วิทยานิพนธ์ หรือบทความวิชาการ “การเขียนบรรณานุกรม” (Bibliography) คือหัวใจสำคัญที่ช่วยยืนยันความน่าเชื่อถือของข้อมูล ปัจจุบันแหล่งข้อมูลไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในหนังสือ แต่ครอบคลุมไปถึงเว็บไซต์ วิดีโอ YouTube และโซเชียลมีเดีย บทความนี้จะสรุปรูปแบบการเขียนบรรณานุกรมที่นิยมที่สุด โดยเฉพาะ APA 7th Edition ที่เป็นมาตรฐานหลักในไทยและสากล

วิธีเขียนบรรณานุกรมจากเว็บไซต์ (Website)

การอ้างอิงจากหน้าเว็บทั่วไป เป็นสิ่งที่พบบ่อยที่สุดในปี 2026 ซึ่งมีหลักการสำคัญคือต้องระบุชื่อผู้แต่งและวันที่เผยแพร่ให้ชัดเจน

รูปแบบ (APA 7th):

ชื่อผู้แต่ง. (ปี, วันที่ เดือนที่เผยแพร่). ชื่อบทความหรือชื่อหน้าเว็บ. ชื่อเว็บไซต์. URL

ตัวอย่าง:

  • ภาษาไทย: กองบรรณาธิการเทคโนโลยี. (2569, 15 มกราคม). เทรนด์ AI ในปี 2026 ที่คุณต้องรู้. สถาบันนวัตกรรมดิจิทัล. https://www.example.com/ai-trends-2026
  • ภาษาอังกฤษ: Smith, J. (2026, February 10). Future of Remote Work. Global Tech Insights. https://www.globaltech.com/remote-work

วิธีเขียนบรรณานุกรมจากวิดีโอออนไลน์ (เช่น YouTube, TikTok)

วิดีโอเพื่อการศึกษาเป็นแหล่งอ้างอิงที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นในปัจจุบัน

รูปแบบ (APA 7th):

ชื่อผู้สร้างหรือชื่อช่อง. (ปี, วันที่ เดือนที่เผยแพร่). ชื่อวิดีโอ [วิดีโอ]. YouTube. URL

ตัวอย่าง:

  • Mahidol Channel. (2568, 5 พฤษภาคม). วิธีดูแลสุขภาพในยุคฝุ่น PM 2.5 [วิดีโอ]. YouTube. https://www.youtube.com/watch?v=xxxxxxx

วิธีเขียนบรรณานุกรมจากโซเชียลมีเดีย (Facebook, X, Instagram)

หากข้อมูลมาจากโพสต์ของผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานทางการ สามารถอ้างอิงได้ดังนี้ครับ

รูปแบบ (APA 7th):

ชื่อผู้แต่ง [ชื่อผู้ใช้งาน]. (ปี, วันที่ เดือนที่เผยแพร่). ข้อความโพสต์ (20 คำแรก) [คำอธิบายรูปแบบ]. ชื่อแพลตฟอร์ม. URL

ตัวอย่าง:

  • กระทรวงสาธารณสุข. (2569, 1 กุมภาพันธ์). แจ้งเตือนการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในพื้นที่ภาคเหนือ…[Status update]. Facebook. https://www.facebook.com/moph/posts/12345

กรณีไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง หรือ วันที่เผยแพร่

บ่อยครั้งที่เว็บไซต์ไม่ระบุชื่อคนเขียนหรือวันที่ ให้แก้ไขตามหลักเกณฑ์นี้ครับ:

  • ไม่มีชื่อผู้แต่ง: ให้ใช้ “ชื่อบทความ” ขึ้นต้นแทนชื่อผู้แต่ง
  • ไม่มีวันที่เผยแพร่: ให้ใช้ตัวย่อ (ม.ป.ป.) สำหรับภาษาไทย หรือ (n.d.) สำหรับภาษาอังกฤษ (ย่อมาจาก no date)

ตัวอย่าง:

ตารางเปรียบเทียบรูปแบบการอ้างอิงยอดนิยม (สรุปย่อ)

ข้อมูลที่ต้องระบุAPA 7th (นิยมที่สุด)MLA 9th (สายมนุษยศาสตร์)Chicago (สายประวัติศาสตร์)
ตำแหน่งปีพิมพ์หลังชื่อผู้แต่ง (ในวงเล็บ)ท้ายรายการก่อน URL หรือหลังชื่อผู้แต่ง
ชื่อเรื่องตัวเอนใส่เครื่องหมายอัญประกาศ ” “ใส่เครื่องหมายอัญประกาศ ” “
วันที่สืบค้นไม่ต้องใส่ (ยกเว้นเนื้อหาเปลี่ยนบ่อย)ควรระบุไว้ท้ายสุด

วิธีเขียนบรรณานุกรมจากเว็บไซต์ สำหรับวิทยานิพนธ์ 10 มหาวิทยาลัยไทย (ฉบับอัปเดต 2026)

การเขียนบรรณานุกรม (Bibliography) หรือ รายการอ้างอิง (Reference List) คือส่วนที่ปราบเซียนที่สุดในการทำวิทยานิพนธ์ เพราะหากใส่ฟอร์แมตผิดแม้แต่จุดเดียว อาจทำให้เล่มไม่ผ่านการตรวจสอบจากบัณฑิตวิทยาลัยได้

มหาวิทยาลัยรูปแบบหลักที่ใช้ข้อควรระวังพิเศษ
1. จุฬาลงกรณ์ (CU)APA 7th / Chula Styleการตัดคำภาษาไทยในเล่มต้องเป๊ะตามพจนานุกรม
2. ธรรมศาสตร์ (TU)APA 7thเน้นการใส่ DOI (ถ้ามี) สำหรับบทความออนไลน์
3. มหิดล (MU)Vancouver / APAสายวิทยาศาสตร์สุขภาพมักใช้ Vancouver (ตัวเลข)
4. เกษตรศาสตร์ (KU)KU Style (อิง APA)การเรียงบรรณานุกรมภาษาไทยต้องขึ้นก่อนภาษาอังกฤษ
5. เชียงใหม่ (CMU)APA 7thตรวจสอบการใช้ “สืบค้นจาก” เทียบกับ “เข้าถึงได้จาก”
6. ขอนแก่น (KKU)KKU Styleมักบังคับให้ใส่ “วันที่สืบค้น” สำหรับแหล่งข้อมูลออนไลน์
7. สงขลานครินทร์ (PSU)APA / Vancouverแยกหมวดหมู่เอกสารอ้างอิงชัดเจนตามคณะ
8. มศว (SWU)APA 7thให้ความสำคัญกับการใช้ตัวเอน (Italic) ที่ชื่อวารสาร/เว็บไซต์
9. บูรพา (BUU)APA 7thรูปแบบการย่อหน้า (Hanging Indent) ต้องห่าง 7-8 ตัวอักษร
10. ศิลปากร (SU)APA / Chicagoสายศิลปะ/ประวัติศาสตร์อาจต้องใช้รูปแบบเชิงอรรถ (Footnote)

1. APA 7th Edition (American Psychological Association)

เป็นรูปแบบที่ นิยมที่สุดในโลกและในไทย (เช่น จุฬาฯ, มธ., มศว ใช้เป็นหลัก)

  • ใช้กับสายไหน: สังคมศาสตร์, ครุศาสตร์, จิตวิทยา และบริหารธุรกิจ
  • จุดเด่น: เน้น “ชื่อผู้แต่ง” และ “ปีพิมพ์” (Author-Date) เพื่อให้ผู้อ่านรู้ทันทีว่าข้อมูลนั้นทันสมัยแค่ไหน
  • การอ้างในเนื้อหา: (สมชาย, 2569) หรือ (Smith, 2026)

2. Chula Style (รูปแบบของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

คือการนำ APA มา “ปรับปรุง” ให้เข้ากับการพิมพ์ภาษาไทยตามระเบียบของบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาฯ

  • ใช้กับสายไหน: นิสิตจุฬาฯ ทุกคณะ (ยกเว้นบางคณะที่ระบุเป็นอย่างอื่น)
  • จุดเด่น: มีระเบียบเคร่งครัดเรื่องการเว้นวรรค (Spacing) เช่น หลังเครื่องหมายจุลภาค ( , ) ต้องเว้น 1 ระยะ หรือการตัดคำภาษาไทยที่ต้องตรงตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน

3. KU Style (รูปแบบของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)

คล้ายกับ Chula Style คือการประยุกต์ APA มาใช้ในแบบฉบับของ มก.

  • ใช้กับสายไหน: นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • จุดเด่น: มีข้อกำหนดเฉพาะเรื่องการเรียงลำดับ เช่น ต้องเรียงบรรณานุกรมภาษาไทยขึ้นก่อนภาษาอังกฤษ และมีรูปแบบการเขียนชื่อหน่วยงานรัฐที่เฉพาะเจาะจง

4. Vancouver Style

ตัวนี้จะต่างจากพวกข้างบนอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่เน้นชื่อคนแต่งในเนื้อหา

  • ใช้กับสายไหน: แพทยศาสตร์, พยาบาลศาสตร์ และวิทยาศาสตร์สุขภาพ
  • จุดเด่น: ใช้ “ตัวเลข” แทนการใส่ชื่อ (Numerical System) โดยเลขจะเรียงตามลำดับก่อนหลังที่ปรากฏในเล่ม
  • การอ้างในเนื้อหา: …โรคนี้พบมากในผู้สูงอายุ [1] และมักมีอาการแทรกซ้อน [2]
  • บรรณานุกรม: ท้ายเล่มจะเรียงลำดับตามตัวเลข 1, 2, 3 (ไม่ใช่เรียงตามตัวอักษร)

5. Chicago Style

เป็นรูปแบบที่เก่าแก่และละเอียดถี่ถ้วนมาก

จุดเด่น: นิยมใช้ “เชิงอรรถ” (Footnote) หรือเลขตัวยกไว้ท้ายประโยค แล้วเขียนรายละเอียดแหล่งอ้างอิงไว้ที่ด้านล่างของหน้ากระดาษนั้นๆ เหมาะกับงานที่ต้องการอ้างอิงละเอียดถึงขั้นระบุเลขหน้าอย่างชัดเจน

ใช้กับสายไหน: มนุษยศาสตร์, ประวัติศาสตร์ และศิลปะ

ถ้าคุณเรียนสายสังคมหรือบริหาร ให้มองหา APA ถ้าเรียนหมอให้ไปทาง Vancouver แต่ถ้ากำลังทำวิทยานิพนธ์ ให้ไปโหลด “คู่มือการเขียนวิทยานิพนธ์” ของมหาวิทยาลัยตัวเองมาดูเป็นอันดับแรกครับ เพราะมักจะเป็นลูกผสมที่สถาบันกำหนดมาแล้ว

การเขียนบรรณานุกรมเป็นสิ่งจำเป็นในการทำรายงาน วิจัย หรือวิทยานิพนธ์ ทั้งช่วยให้ผลงานน่าเชื่อถือ และยังป้องกันการลอกผลงานโดยไม่ตั้งใจ บทความนี้จะสอนวิธีเขียน บรรณานุกรมจากเว็บไซต์หนังสือ, และ ตามรูปแบบของ 5 มหาวิทยาลัยดัง พร้อมตัวอย่างที่สามารถนำไปปรับใช้กับงานเขียนของคุณได้

วิธีเขียนบรรณานุกรมจากเว็บไซต์ (APA 7th)

วิธีเขียนบรรณานุกรมจากเว็บไซต์ (APA 7th)
วิธีเขียนบรรณานุกรมจากเว็บไซต์ (APA 7th)

โครงสร้าง (ถ้ามีผู้แต่ง):
ชื่อผู้แต่ง. (ปี, เดือน วัน). ชื่อบทความ. ชื่อเว็บไซต์. URL

ตัวอย่าง:

Somchai, T. (2024, March 10). แนวโน้มเศรษฐกิจดิจิทัล. ThaiEconomy. https://www.thaieco.com/article123

📌 กรณีไม่มีชื่อผู้แต่ง

หากไม่ทราบชื่อผู้แต่ง ให้เริ่มต้นด้วยชื่อเว็บไซต์แทน

โครงสร้าง:
ชื่อเว็บไซต์. (n.d.). ชื่อบทความ. ดึงข้อมูลเมื่อ [วัน เดือน ปี], จาก URL

ตัวอย่าง:

ThaiLawUpdate. (n.d.). แนวทางใหม่กฎหมายแรงงาน 2025. ดึงข้อมูลเมื่อ 6 สิงหาคม 2025, จาก https://www.thailawupdate.com/labor

วิธีเขียนบรรณานุกรมจากหนังสือ (APA Style)

โครงสร้าง:
นามสกุล, อักษรย่อชื่อ. (ปี). *ชื่อหนังสือ*. สำนักพิมพ์.

ตัวอย่าง:

วรากร, ช. (2563). แนวคิดรัฐศาสตร์ไทย. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

กรณีมีผู้แต่งมากกว่า 1 คน:

วิชัย, ป., & อารีย์, ศ. (2561). การพัฒนาท้องถิ่น. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

วิธีเขียนบรรณานุกรมตามมหาวิทยาลัยดัง 5 แห่ง

วิธีเขียนบรรณานุกรมจากเว็บไซต์ และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ (อัปเดตล่าสุด 2025)
วิธีเขียนบรรณานุกรมจากเว็บไซต์ และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ (อัปเดตล่าสุด 2025)

1. 📕 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Style)

  • ชื่อ-นามสกุล. (ปี). ชื่อหนังสือ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์.

ตัวอย่าง:

กิติชัย จงไกรจักร. (2564). เศรษฐศาสตร์พัฒนา. กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์.

2. 📘 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU Style)

  • นามสกุล, ชื่อ. ปี. ชื่อหนังสือ. พิมพ์ครั้งที่. สถานที่พิมพ์: สำนักพิมพ์.

ตัวอย่าง:

พงศธร, ชาญชัย. 2565. สิทธิมนุษยชนในสังคมไทย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

3. 📗 มหาวิทยาลัยมหิดล (MU Style)

  • ใช้รูปแบบ APA เป็นหลัก โดยย้ำให้ใส่ “Retrieved from” หากเป็นเว็บไซต์ และใส่ภาษาอังกฤษทั้งหมดสำหรับงานนานาชาติ

ตัวอย่างเว็บไซต์:

World Health Organization. (2023). Global health estimates 2023. Retrieved from https://www.who.int/healthstats

4. 📙 มหาวิทยาลัยรามคำแหง (RU Style)

  • ชื่อผู้แต่ง. (ปี). ชื่อหนังสือ (พิมพ์ครั้งที่). สถานที่พิมพ์: สำนักพิมพ์.

ตัวอย่าง:

สุชาติ ประสิทธิ์. (2560). จิตวิทยาเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.

5. 📒 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KU Style)

  • ใช้รูปแบบคล้าย APA แต่เน้นภาษาไทยเต็มรูปแบบ รวมถึงการใช้ชื่อวิทยานิพนธ์

ตัวอย่างจากเว็บไซต์:

คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2565). แนวทางเกษตรปลอดภัย. ดึงข้อมูลเมื่อ 6 สิงหาคม 2568, จาก https://agri.ku.ac.th/safe-agri

Q&A วิธีเขียนบรรณานุกรมไม่มีแหล่งอ้างอิง

Q: จำเป็นไหมต้องใส่วันที่เข้าถึงเว็บไซต์?
A: จำเป็นถ้าเว็บไซต์มีเนื้อหาที่อาจเปลี่ยนแปลงในอนาคต เช่น ข่าว หรือบทความที่ไม่มีวันที่เผยแพร่

Q: ถ้าหนังสือไม่มีปีพิมพ์ล่ะ?
A: ให้ใช้ “(ม.ป.ป.)” แทน “ไม่มีปีพิมพ์”

Q: ใช้รูปแบบ APA ได้ทุกกรณีไหม?
A: สำหรับวิทยานิพนธ์หรือรายงานทั่วไปในไทยควรตรวจสอบรูปแบบที่มหาวิทยาลัยนั้น ๆ กำหนดก่อน

Read More :

1 คิดบน “วิธีเขียนบรรณานุกรมจากเว็บไซต์ และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ (อัปเดตล่าสุด 2569/2026)

Leave a Reply