สำหรับคนที่เริ่มหันมาชงกาแฟเองที่บ้าน เครื่องบดเมล็ดกาแฟ เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยยกระดับรสชาติได้อย่างชัดเจน เพราะการบดเมล็ดกาแฟสดก่อนชงช่วยให้กลิ่นและรสชาติของกาแฟยังคงความสดใหม่กว่าการซื้อกาแฟบดมาเก็บไว้นาน ๆ ปัจจุบันมีเครื่องบดให้เลือกตั้งแต่แบบใบมีดราคาหลักร้อย ไปจนถึงแบบเฟืองบดที่สามารถปรับความละเอียดได้หลายระดับ
สำหรับมือใหม่ที่กำลังมองหา เครื่องบดเมล็ดกาแฟราคาประหยัด 2026 ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเครื่องราคาแพงเสมอไป โดยเฉพาะหากชงกาแฟที่บ้านวันละ 1-2 แก้ว รุ่นราคาหลักร้อยถึงหลักพันก็มีตัวเลือกที่น่าสนใจ ทั้งเครื่องบดไฟฟ้าและเครื่องบดมือหมุน
บทความนี้รวม 10 เครื่องบดเมล็ดกาแฟราคาประหยัด พร้อมราคา จุดเด่น และคำแนะนำว่าแต่ละรุ่นเหมาะกับการใช้งานแบบไหน
10 เครื่องบดเมล็ดกาแฟราคาประหยัด 2026
1. ETZEL SN7820

เริ่มต้นด้วย ETZEL SN7820 เครื่องบดกาแฟไฟฟ้าที่น่าสนใจสำหรับคนต้องการเครื่องบดราคาประหยัดแต่ไม่อยากใช้เครื่องบดแบบใบมีดทั่วไป โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ ETZEL ระบุว่ารุ่นนี้มีราคาปัจจุบันประมาณ 785 บาท จากราคาปกติ 1,990 บาท และออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานที่บ้าน
จุดเด่นของเครื่องบดไฟฟ้าคือช่วยประหยัดเวลา เพียงใส่เมล็ดกาแฟแล้วเปิดเครื่องก็สามารถบดได้ทันที เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสะดวกในช่วงเช้าก่อนไปทำงานหรือเรียน
ราคา: ประมาณ 785 บาท
เหมาะกับ: ชงกาแฟที่บ้าน
จุดเด่น: ราคาประหยัด ใช้งานง่าย
2. ETZEL SN9400N

ถ้าต้องการขยับขึ้นมาอีกระดับ ETZEL SN9400N เป็นเครื่องบดที่น่าสนใจ เพราะใช้ Conical Burr และสามารถปรับความละเอียดได้ 10 ระดับ ทำให้สามารถเลือกความละเอียดให้เหมาะกับวิธีชงกาแฟได้มากกว่าเครื่องบดใบมีด
ราคาที่พบจากเว็บไซต์ ETZEL อยู่ที่ประมาณ 1,885 บาท จากราคาปกติ 4,590 บาท
เหมาะสำหรับคนที่ทำทั้งกาแฟดริปและกาแฟจาก Moka Pot และต้องการควบคุมความละเอียดของผงกาแฟมากขึ้น
ราคา: ประมาณ 1,885 บาท
เหมาะกับ: Home Cafe
จุดเด่น: เฟืองบด Conical Burr ปรับได้ 10 ระดับ
3. ETZEL SN9401D

สำหรับคนที่ต้องการเครื่องบดไฟฟ้าที่ปรับความละเอียดได้ละเอียดขึ้น ETZEL SN9401D เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยรุ่นนี้ใช้เฟืองบดสเตนเลสแบบ Conical Burr และปรับระดับความละเอียดได้ถึง 31 ระดับ
ข้อมูลจากเว็บไซต์ผู้ผลิตระบุราคาประมาณ 1,885 บาท จากราคาปกติ 3,790 บาท
ข้อดีของการมีระดับบดหลายระดับคือสามารถทดลองปรับผงกาแฟให้เหมาะกับอุปกรณ์ที่ใช้ เช่น Drip, French Press หรือ Moka Pot ได้ง่ายขึ้น
ราคา: ประมาณ 1,885 บาท
เหมาะกับ: คนที่ชอบทดลองปรับสูตรกาแฟ
จุดเด่น: ปรับความละเอียดได้ 31 ระดับ
4. Duchess CG9300

Duchess CG9300 เป็นเครื่องบดเมล็ดกาแฟไฟฟ้าที่เหมาะกับการใช้งานในบ้าน ตัวเครื่องมีโถใส่เมล็ดกาแฟความจุประมาณ 250 กรัม และโถใส่ผงกาแฟประมาณ 130 กรัม
ข้อมูลที่รวบรวมโดย Wongnai ระบุว่าสามารถปรับระดับการบดได้ถึง 35 ระดับ และมีกำลังไฟ 150 วัตต์ โดยราคาเริ่มต้นประมาณ 2,590 บาท
จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเครื่องบดสำหรับใช้งานเป็นประจำ และต้องการปรับระดับความละเอียดได้หลากหลาย
ราคา: ประมาณ 2,590 บาท
เหมาะกับ: คนชงกาแฟที่บ้านเป็นประจำ
จุดเด่น: ปรับบดได้หลายระดับ โถเมล็ดขนาดใหญ่
5. เครื่องบดกาแฟ Minimex

หากต้องการ เครื่องบดเมล็ดกาแฟราคาหลักร้อย minimex บดกาแฟด้วยฟันเฟือง 31 ระดับ เลือกใช้งานได้ 2 ฟังก์ชั่น เมล็ดที่บดใช้ทำกาแฟได้ 1-12 แก้ว
ราคาที่พบอยู่ที่ประมาณ 859 บาท จากราคาปกติ 3.067 บาท
7. เครื่องบดกาแฟมือหมุนราคาประหยัด

เครื่องลักษณะนี้เหมาะกับคนที่ต้องการบดเมล็ดกาแฟสำหรับชงเองในบ้าน และไม่ได้ต้องการฟังก์ชันปรับความละเอียดแบบเครื่องเฟืองบด
ราคา: ประมาณ 859 บาท
เหมาะกับ: มือใหม่ งบประหยัด
จุดเด่น: ใบมีดสเตนเลสและความจุประมาณ 80 กรัม
6. Hario Skerton Pro

สำหรับคนที่ไม่อยากใช้ไฟฟ้า Hario Skerton Pro เป็นเครื่องบดกาแฟแบบมือหมุนที่มีขนาดกะทัดรัด เหมาะกับคนที่ต้องการบดกาแฟสดเองและสามารถพกพาไปใช้นอกบ้านได้
ข้อดีของเครื่องบดมือหมุนคือไม่ต้องใช้ปลั๊กไฟ จึงเหมาะกับการชงกาแฟแบบดริปหรือการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อย่าง Moka Pot ในสถานที่ที่ไม่มีไฟฟ้า
ราคาที่พบในแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องบดกาแฟอยู่ประมาณ 2,000-3,500 บาท ขึ้นอยู่กับร้านค้าและโปรโมชั่น
ราคา: ประมาณ 2,000-3,500 บาท
เหมาะกับ: สายกาแฟดริปและคนชอบพกอุปกรณ์
จุดเด่น: ไม่ใช้ไฟฟ้า ขนาดกะทัดรัด
สำหรับผู้เริ่มต้นที่มีงบจำกัดมาก เครื่องบดกาแฟมือหมุนแบบเฟืองบดราคาหลักร้อยก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ปัจจุบันมีเครื่องบดมือหมุนจำนวนมากที่สามารถปรับระดับความละเอียดได้
ข้อดีคือไม่ต้องใช้ไฟฟ้าและมีขนาดเล็ก แต่ข้อจำกัดคือการบดด้วยมือใช้เวลามากกว่าเครื่องไฟฟ้า โดยเฉพาะเมื่อต้องบดกาแฟปริมาณมาก
ประสบการณ์ผู้ใช้ใน Pantip รายหนึ่งระบุว่าเครื่องบดมือหมุนราคาหลักร้อยสามารถใช้งานกับ Moka Pot ได้เป็นเวลาหลายปี แต่ข้อเสียคือบดค่อนข้างช้าเมื่อบดในปริมาณมาก
ราคา: ประมาณ 200-1,000 บาท
เหมาะกับ: มือใหม่และคนงบจำกัด
จุดเด่น: ราคาถูก ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า
8. เครื่องบดกาแฟไฟฟ้าแบบพกพา

อีกตัวเลือกที่เหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวกคือ เครื่องบดกาแฟไฟฟ้าแบบพกพา ซึ่งปัจจุบันมีรุ่นขนาดเล็กที่ออกแบบมาสำหรับบดกาแฟครั้งละไม่มาก
ตัวอย่างสินค้าที่พบในตลาดมีราคาประมาณ 650 บาท และมาพร้อมระบบปรับระดับความละเอียด เหมาะกับการใช้งานที่บ้านหรือพกไปเดินทาง
ราคา: ประมาณ 650 บาท
เหมาะกับ: คนที่ต้องการเครื่องขนาดเล็ก
จุดเด่น: พกพาง่ายและไม่กินพื้นที่
9. เครื่องบดกาแฟใบมีดสเตนเลส

เครื่องบดแบบ Blade Grinder เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ประหยัดที่สุดสำหรับคนเพิ่งเริ่มบดเมล็ดกาแฟเอง หลักการทำงานคือใช้ใบมีดหมุนด้วยความเร็วสูงเพื่อสับเมล็ดกาแฟให้ละเอียด
ข้อดีคือราคาถูกและใช้งานง่าย แต่ผงกาแฟอาจมีขนาดไม่สม่ำเสมอเท่าเครื่องบดแบบ Burr Grinder ดังนั้นจึงเหมาะกับการใช้งานทั่วไปมากกว่าคนที่ต้องการควบคุมการสกัดกาแฟอย่างละเอียด
หากใช้กับ Moka Pot หรือกาแฟทั่วไปและมีงบจำกัดมาก เครื่องประเภทนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
ราคา: ประมาณ 300-1,000 บาท
เหมาะกับ: มือใหม่
จุดเด่น: ราคาถูก ใช้งานง่าย
10. ETZEL SN019

ปิดท้ายด้วย ETZEL SN019 เครื่องบดเมล็ดกาแฟไฟฟ้าที่อยู่ในระดับราคาจับต้องได้ โดยเว็บไซต์ผู้ผลิตระบุราคาประมาณ 3,890 บาท จากราคาปกติ 6,990 บาท
จุดเด่นของรุ่นนี้คือออกแบบมาให้บดเมล็ดกาแฟได้สม่ำเสมอและสามารถปรับระดับความละเอียดได้ จึงเหมาะกับผู้ที่เริ่มจริงจังกับการทำ Home Cafe มากกว่าเครื่องบดใบมีดราคาหลักร้อย
ราคา: ประมาณ 3,890 บาท
เหมาะกับ: คนที่ชงกาแฟเป็นประจำ
จุดเด่น: ควบคุมความละเอียดได้และเหมาะกับ Home Cafe
ตารางเปรียบเทียบ 10 เครื่องบดเมล็ดกาแฟราคาประหยัด 2026
| รุ่น | ประเภท | ราคาโดยประมาณ | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| ETZEL SN7820 | ไฟฟ้า | 785 บาท | มือใหม่ |
| ETZEL SN9400N | ไฟฟ้า Burr | 1,885 บาท | Home Cafe |
| ETZEL SN9401D | ไฟฟ้า Burr | 1,885 บาท | คนชอบปรับบด |
| Duchess CG9300 | ไฟฟ้า Burr | 2,590 บาท | ใช้ประจำ |
| Pensonic | ใบมีด | 859 บาท | งบประหยัด |
| Hario Skerton Pro | มือหมุน | 2,000-3,500 บาท | กาแฟดริป |
| เครื่องบดมือหมุนทั่วไป | มือหมุน | 200-1,000 บาท | มือใหม่ |
| เครื่องบดไฟฟ้าพกพา | ไฟฟ้า | ~650 บาท | เดินทาง |
| Blade Grinder | ไฟฟ้า | 300-1,000 บาท | ใช้ทั่วไป |
| ETZEL SN019 | ไฟฟ้า | 3,890 บาท | Home Cafe จริงจัง |
หมายเหตุ: ราคาเป็นราคาโดยประมาณจากข้อมูลออนไลน์ที่ค้นพบ และอาจเปลี่ยนแปลงตามร้านค้า โปรโมชัน และช่วงเวลาที่ซื้อ
เครื่องบดเมล็ดกาแฟมีกี่ประเภท?
โดยหลัก ๆ เครื่องบดกาแฟแบ่งเป็น เครื่องบดแบบใบมีด (Blade Grinder) และ เครื่องบดแบบเฟือง (Burr Grinder) รวมถึงแยกตามระบบการใช้งานเป็นแบบไฟฟ้าและแบบมือหมุน
เครื่องบดกาแฟแบบใบมีด
เป็นประเภทที่มีราคาถูกและใช้งานง่าย ตัวเครื่องจะใช้ใบมีดหมุนเพื่อสับเมล็ดกาแฟ ยิ่งกดหรือปั่นนาน ผงกาแฟก็จะละเอียดขึ้น
เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มบดกาแฟและมีงบจำกัด แต่ความสม่ำเสมอของผงกาแฟมักน้อยกว่าเครื่องบดแบบเฟือง
เครื่องบดกาแฟแบบเฟือง Burr Grinder
เครื่องบดประเภทนี้ใช้เฟืองบดสองชิ้นบดเมล็ดกาแฟ ทำให้สามารถควบคุมขนาดของผงกาแฟได้ดีกว่า โดยเฉพาะรุ่นที่มีระบบปรับระดับบดหลายระดับ
เหมาะกับคนที่ต้องการทดลองทำกาแฟหลายรูปแบบ เช่น Espresso, Moka Pot, Pour Over และ French Press
เครื่องบดมือหมุน
ใช้แรงมือหมุนข้อเหวี่ยงเพื่อบดเมล็ดกาแฟ จุดเด่นคือไม่ต้องใช้ไฟฟ้า ขนาดเล็ก และพกพาสะดวก แต่หากต้องบดกาแฟหลายแก้วอาจใช้เวลามากกว่าเครื่องไฟฟ้า
เครื่องบดกาแฟราคาถูก ใช้ดีไหม?
ใช้ได้ หากเลือกให้เหมาะกับรูปแบบการชงกาแฟ
หากชงกาแฟทั่วไปหรือ Moka Pot วันละ 1 แก้ว เครื่องบดราคาหลักร้อยอาจเพียงพอ แต่หากต้องการทำ Espresso และต้องการควบคุมการสกัดให้แม่นยำ ควรขยับไปใช้เครื่องบดแบบ Burr ที่สามารถปรับความละเอียดได้หลายระดับ
หัวใจสำคัญคือ ความสม่ำเสมอของผงกาแฟ เพราะขนาดของผงกาแฟมีผลต่ออัตราการสกัด หากผงกาแฟมีทั้งเม็ดละเอียดและหยาบปะปนกันมาก รสชาติที่ได้อาจควบคุมได้ยาก
เครื่องบดกาแฟสำหรับ Moka Pot ควรเลือกแบบไหน?
ถ้าใช้ Moka Pot ไม่จำเป็นต้องลงทุนกับเครื่องบดระดับ Espresso ราคาแพง แต่ควรเลือกเครื่องที่สามารถปรับความละเอียดได้ เพื่อให้ทดลองหาจุดที่เหมาะกับเมล็ดกาแฟและหม้อต้มของตัวเอง
เครื่องบดแบบมือหมุนหรือ Burr Grinder ราคาประหยัดจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะคนที่ต้องการบดกาแฟครั้งละไม่มาก
เครื่องบดกาแฟสำหรับกาแฟดริปควรเลือกแบบไหน?
สำหรับ กาแฟดริป ควรเลือกเครื่องบดที่ปรับระดับความละเอียดได้ค่อนข้างละเอียด เพราะสามารถปรับสูตรให้เหมาะกับกระดาษกรอง ปริมาณน้ำ และเวลาในการสกัดได้
ถ้าเป็นมือใหม่ การเลือกเครื่องบดที่มีระดับปรับบดหลายระดับจะช่วยให้ทดลองสูตรได้ง่ายกว่าเครื่องบดใบมีด
วิธีเลือกเครื่องบดเมล็ดกาแฟราคาประหยัด
1. เลือกตามวิธีชง
ก่อนซื้อควรรู้ก่อนว่าจะนำไปใช้กับอะไร เพราะ Espresso, Moka Pot, Pour Over และ French Press ต้องการระดับความละเอียดของกาแฟแตกต่างกัน
2. เลือก Burr ถ้าต้องการความสม่ำเสมอ
ถ้ามีงบประมาณเพิ่มขึ้นจากเครื่องบดใบมีด การเลือก Burr Grinder มักเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับคนที่ชงกาแฟเป็นประจำ
3. ดูจำนวนระดับการปรับบด
ยิ่งปรับได้หลายระดับก็ยิ่งทดลองหาความละเอียดที่เหมาะกับเมล็ดกาแฟและวิธีชงได้ง่ายขึ้น แต่จำนวนระดับมากไม่ได้หมายความว่าจะบดได้ดีกว่าเสมอไป ต้องพิจารณาคุณภาพของเฟืองบดและการปรับที่ละเอียดจริงด้วย
4. ดูความจุ
ถ้าชงวันละแก้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องที่มีโถเมล็ดขนาดใหญ่มาก เพราะการบดเท่าที่ใช้ในแต่ละครั้งช่วยให้จัดการเมล็ดกาแฟได้ง่าย
5. พิจารณาเรื่องการทำความสะอาด
กาแฟมีน้ำมันและเศษผงตกค้างอยู่ในเครื่องบด หากถอดชิ้นส่วนสำคัญเพื่อทำความสะอาดได้ง่าย จะช่วยให้ดูแลเครื่องได้สะดวกกว่าในระยะยาว
6. อย่าดูแค่กำลังไฟ
สำหรับเครื่องบดไฟฟ้า การมีวัตต์สูงไม่ได้หมายความว่าจะบดกาแฟได้ดีกว่าเสมอไป ควรพิจารณาร่วมกับประเภทใบมีดหรือเฟืองบด ความสม่ำเสมอ และระบบปรับความละเอียด
เครื่องบดเมล็ดกาแฟราคาเท่าไร?
ในปี 2026 เครื่องบดกาแฟมีตั้งแต่ หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท โดยกลุ่มราคาประหยัดสำหรับใช้งานในบ้านมีตั้งแต่ประมาณ 300-2,000 บาท ขณะที่เครื่องบด Burr ที่มีฟังก์ชันและความแม่นยำสูงขึ้นอาจมีราคาหลายพันบาท
ตัวอย่างเช่น ETZEL SN7820 มีราคาที่พบประมาณ 785 บาท ส่วน SN9400N และ SN9401D อยู่ที่ประมาณ 1,885 บาท ขณะที่ Duchess CG9300 อยู่ที่ประมาณ 2,590 บาท (etzelofficial.com)
ดังนั้น หากมีงบประมาณประมาณ 1,000-2,000 บาท ก็สามารถเริ่มต้นทำ Home Cafe ด้วยเครื่องบดที่มีฟังก์ชันมากกว่าเครื่องบดใบมีดทั่วไปได้แล้ว
เครื่องบดเมล็ดกาแฟราคาประหยัด 2026 รุ่นไหนดี?
ถ้าเน้น ราคาถูกที่สุด เครื่องบดแบบใบมีดหรือเครื่องบดมือหมุนราคาหลักร้อยตอบโจทย์ได้ดี
ถ้าต้องการ เครื่องไฟฟ้าใช้งานง่าย ETZEL SN7820 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในงบไม่ถึง 1,000 บาท
ถ้าต้องการ Burr Grinder ราคาประหยัด ETZEL SN9400N และ SN9401D น่าสนใจ เพราะสามารถปรับระดับความละเอียดได้หลายระดับ
ส่วนคนที่ต้องการ เครื่องบดสำหรับใช้ในบ้านเป็นประจำ และมีงบประมาณประมาณ 2,000-3,000 บาท สามารถพิจารณา Duchess CG9300 ได้
สรุป 10 เครื่องบดเมล็ดกาแฟราคาประหยัด 2026
การเลือก เครื่องบดเมล็ดกาแฟราคาประหยัด 2026 ไม่จำเป็นต้องเลือกเครื่องที่ถูกที่สุด แต่ควรเลือกให้ตรงกับวิธีชงและพฤติกรรมการดื่มกาแฟของตัวเอง หากชงกาแฟเป็นครั้งคราว เครื่องบดใบมีดราคาหลักร้อยก็สามารถตอบโจทย์ได้ แต่ถ้าชงทุกวันและเริ่มสนใจเรื่องรสชาติ การขยับมาใช้ Burr Grinder ที่ปรับความละเอียดได้ จะคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
สำหรับมือใหม่ที่มีงบจำกัด ETZEL SN7820 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ขณะที่คนที่อยากควบคุมความละเอียดของกาแฟมากขึ้นสามารถมองไปที่ ETZEL SN9400N หรือ SN9401D ส่วนสายกาแฟดริปที่ชอบบดเองและพกอุปกรณ์ไปนอกบ้านอาจเหมาะกับ Hario Skerton Pro
สุดท้ายแล้ว เครื่องบดที่ดีที่สุดไม่จำเป็นต้องแพงที่สุด แต่ควรเป็นเครื่องที่ บดได้เหมาะกับวิธีชง ปรับความละเอียดได้ตามต้องการ ใช้งานสะดวก และทำความสะอาดง่าย เพราะเครื่องบดที่เหมาะกับการใช้งานจริงจะช่วยให้การทำกาแฟที่บ้านสนุกขึ้นและควบคุมรสชาติได้ดีขึ้นค่ะ

ใส่ความเห็น