ช่วงหน้าฝนหรือช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง หลายพื้นที่อาจต้องเฝ้าระวังทั้งน้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และน้ำที่ไหลจากพื้นที่ต้นน้ำลงมายังพื้นที่ปลายน้ำ โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ใกล้แม่น้ำ คลอง พื้นที่ลุ่มต่ำ หรือพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมมาก่อน
การติดตามเพียงปริมาณฝนจึงอาจไม่เพียงพอ เพราะแม้ฝนในพื้นที่จะหยุดตกแล้ว แต่ระดับน้ำในแม่น้ำหรือคลองอาจยังเพิ่มสูงขึ้นต่อจากน้ำที่ไหลมาจากพื้นที่ต้นน้ำ
ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันที่ช่วย เช็กระดับน้ำแบบเรียลไทม์ ติดตามสถานีวัดน้ำ ดูพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม และรับการแจ้งเตือนภัยทำให้สามารถเตรียมตัวได้เร็วขึ้น
บทความนี้รวม 5 แอปเช็กระดับน้ำ ที่น่าสนใจ ได้แก่ ThaiWater, ไทยสู้ภัย, เช็คน้ำ GISTDA, EWS-DWR และ TVIS พร้อมแนะนำวิธีดูข้อมูลเพื่อเตรียมยกของขึ้นที่สูงก่อนสถานการณ์จะรุนแรง
หมายเหตุ: ระดับน้ำที่แสดงในแอปเป็นข้อมูลจากสถานีตรวจวัดหรือแบบจำลองในพื้นที่ต่าง ๆ จึงไม่สามารถใช้ยืนยันว่าบ้านทุกหลังในบริเวณนั้นจะมีน้ำท่วมในระดับเดียวกัน ควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานท้องถิ่นและประกาศเตือนภัยร่วมด้วย
5 แอปเช็กระดับน้ำ เตรียมเฝ้าระวังน้ำท่วม
- ThaiWater รู้น้ำ รู้อากาศ – ดูระดับน้ำ แม่น้ำ เขื่อน ประตูระบายน้ำ และ CCTV
- ไทยสู้ภัย – ดูระดับน้ำแบบเรียลไทม์ พร้อมแจ้งเตือนความเสี่ยงน้ำท่วม
- เช็คน้ำ GISTDA – ดูระดับน้ำ พื้นที่เสี่ยง และคาดการณ์น้ำท่วม
- EWS-DWR – ระบบเตือนภัยล่วงหน้าด้านน้ำและดินถล่ม
- TVIS – ติดตามข้อมูลจราจรและข้อมูลน้ำท่วม รวมถึงระดับน้ำเจ้าพระยา
1. ThaiWater รู้น้ำ รู้อากาศ เช็กระดับน้ำแบบเรียลไทม์

ThaiWater รู้น้ำ รู้อากาศ เป็นแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการของคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ พัฒนาโดยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. โดยมีข้อมูลทั้งด้านน้ำและสภาพอากาศ
ข้อมูลล่าสุดของแอประบุว่าสามารถแสดง ระดับน้ำจากสถานีตรวจวัดที่ใกล้กับตำแหน่งของผู้ใช้ รวมถึงข้อมูลระดับน้ำในแม่น้ำสายหลัก เขื่อน และประตูระบายน้ำ พร้อมสัญลักษณ์แจ้งเตือนเมื่อถึงเกณฑ์ที่กำหนด นอกจากนี้ยังสามารถดู CCTV ระดับน้ำแบบ Real-time จากพื้นที่ต่าง ๆ ได้ด้วย
จุดเด่นอีกอย่างคือระบบ Location-based ซึ่งสามารถนำข้อมูลสภาพอากาศ ปริมาณฝน และระดับน้ำจากสถานีที่อยู่ใกล้พื้นที่ของผู้ใช้งานมาแสดง ทำให้ไม่จำเป็นต้องค้นหาข้อมูลทั่วประเทศด้วยตัวเอง
ThaiWater ใช้เช็กอะไรได้บ้าง?
- ระดับน้ำในแม่น้ำ
- ระดับน้ำในแหล่งน้ำ
- ระดับน้ำเขื่อน
- ระดับน้ำประตูระบายน้ำ
- ปริมาณฝน
- ฝนสะสม
- แนวโน้มฝน
- CCTV ระดับน้ำ
- การแจ้งเตือนพื้นที่เฝ้าระวัง
สำหรับคนที่กำลังเฝ้าระวังน้ำท่วม แนะนำให้บันทึก สถานีวัดระดับน้ำที่อยู่ใกล้บ้านหรือพื้นที่สำคัญ เอาไว้ เพื่อให้สามารถเปิดดูแนวโน้มได้ง่ายขึ้น
เหมาะสำหรับ: คนทั่วไปที่ต้องการติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ของตัวเอง
2. Thai Diaster Alert เช็กระดับน้ำพร้อมแจ้งเตือนน้ำท่วม

Thai diaster alert ที่เน้นการติดตามสถานการณ์น้ำและการเตรียมรับมือภัยด้านน้ำ
ข้อมูลใน Google Play ระบุว่าแอปสามารถติดตาม ระดับน้ำแบบเรียลไทม์ จากสถานีตรวจวัด พร้อมแสดงพยากรณ์ฝนและปริมาณน้ำ มีการแจ้งเตือนน้ำท่วมล่วงหน้า และแสดงแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัย
นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันสำหรับแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดภัย จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดูระดับน้ำเท่านั้น
จุดเด่นของไทยสู้ภัย
- ติดตามระดับน้ำ
- ดูข้อมูลสถานีตรวจวัด
- ดูพยากรณ์ฝน
- ดูปริมาณน้ำ
- รับการแจ้งเตือนความเสี่ยงน้ำท่วม
- ดูแผนที่พื้นที่เสี่ยง
- ขอความช่วยเหลือเมื่อประสบภัย
หากกำลังอยู่ในพื้นที่เสี่ยง แอปนี้จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการติดตามสถานการณ์และการแจ้งเตือน
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการแอปติดตามระดับน้ำพร้อมระบบแจ้งเตือนภัย
3. เช็คน้ำ GISTDA ดูระดับน้ำและพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม

เช็คน้ำ เป็นแอปพลิเคชันของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำและความเสี่ยงน้ำท่วม
GISTDA ระบุว่าแอปใช้ข้อมูลจากหลายแหล่ง ทั้งข้อมูลดาวเทียม สถานีตรวจวัดระดับน้ำ สถานีตรวจอากาศ ระบบตรวจจับน้ำท่วมบนถนน และ CCTV มาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อประเมินพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
ข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังเตรียมรับมือน้ำท่วม ได้แก่
- ระดับน้ำในลำน้ำ
- พื้นที่น้ำท่วมปัจจุบัน
- พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
- น้ำล้นตลิ่ง
- กลุ่มฝน
- ปริมาณฝน
- ข้อมูลน้ำท่วมย้อนหลัง
- ข้อมูล CCTV
- การแจ้งเตือนความเสี่ยง
GISTDA ยังระบุว่าข้อมูลระดับน้ำจากสถานีตรวจวัดถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้มน้ำ และระบบสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อคาดการณ์ความเสี่ยงน้ำล้นตลิ่งได้
อีกจุดที่น่าสนใจคือระบบสามารถแสดงตำแหน่งของผู้ใช้งานเทียบกับพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ทำให้เหมาะกับการตรวจสอบว่า บ้านหรือพื้นที่ที่เราอยู่กำลังอยู่ในโซนเสี่ยงหรือไม่
เหมาะสำหรับ: คนที่ต้องการดูทั้งระดับน้ำ พื้นที่น้ำท่วม และพื้นที่เสี่ยงจากข้อมูลภูมิสารสนเทศ
4. EWS-DWR ระบบเตือนภัยล่วงหน้าของกรมทรัพยากรน้ำ

EWS-DWR เป็นแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการของกรมทรัพยากรน้ำ โดยเน้นการติดตามสถานการณ์น้ำและ ระบบเตือนภัยล่วงหน้า หรือ Early Warning
ข้อมูลจาก Google Play ระบุว่าแอปใช้สำหรับติดตามสถานการณ์ น้ำฝน ระดับน้ำ และการเตือนภัยล่วงหน้า โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและดินถล่ม เช่น พื้นที่ลาดชันและที่ราบเชิงเขา
แอปนี้จึงมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่อาจเกิดน้ำป่าไหลหลากหรือน้ำท่วมฉับพลัน เพราะการรอให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจนเห็นได้ชัดอาจช้าเกินไป
EWS-DWR เหมาะกับใคร?
- บ้านอยู่ใกล้ลำห้วย
- อยู่พื้นที่ลาดชัน
- อยู่บริเวณเชิงเขา
- พื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก
- พื้นที่ที่มีประกาศเตือนภัยจากกรมทรัพยากรน้ำ
หากได้รับการแจ้งเตือนภัย ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่ทันที และเตรียมของจำเป็นให้อยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัย
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำป่า น้ำหลาก และดินถล่ม
5. TVIS เช็กข้อมูลน้ำท่วมและระดับน้ำเจ้าพระยา

TVIS หรือ Traffic Voice Information Service เป็นแอปพลิเคชันด้านข้อมูลการเดินทางและจราจร แต่มีการรวมข้อมูลเกี่ยวกับน้ำท่วมจากหลายแหล่งเข้ามาให้ผู้ใช้งานติดตามด้วย
ข้อมูลใน Google Play ระบุว่าปัจจุบัน TVIS มีการรวมข้อมูลน้ำท่วมจากแหล่งต่าง ๆ เช่น กรุงเทพมหานคร กรมทางหลวง และข้อมูลระดับน้ำเจ้าพระยา เพื่อใช้เป็นข้อมูลข่าวสารสำหรับผู้สนใจ
จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูทั้งสถานการณ์การเดินทางและข้อมูลน้ำในบริเวณที่กำลังจะเดินทางผ่าน
อย่างไรก็ตาม TVIS ไม่ได้เน้นการเป็นแอปวัดระดับน้ำโดยตรงเหมือน ThaiWater หรือแอปเช็คน้ำ ดังนั้นควรใช้เป็น ข้อมูลประกอบ มากกว่าจะใช้เป็นแหล่งข้อมูลหลักในการตัดสินใจเรื่องการเตรียมบ้าน
เหมาะสำหรับ: คนที่ต้องการติดตามข้อมูลน้ำท่วมควบคู่กับการเดินทางและจราจร
ตารางเปรียบเทียบ 5 แอปเช็กระดับน้ำ
| แอป | ระดับน้ำ | แจ้งเตือนน้ำท่วม | พื้นที่เสี่ยง | ฝน/อากาศ | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|---|
| ThaiWater | ✓ | ✓ | ✓ | ✓ | ติดตามสถานการณ์น้ำทั่วไป |
| ไทยสู้ภัย | ✓ | ✓ | ✓ | ✓ | ติดตามน้ำและรับแจ้งเตือน |
| เช็คน้ำ GISTDA | ✓ | ✓ | ✓ | ✓ | ดูน้ำ + พื้นที่เสี่ยง |
| EWS-DWR | ✓ | ✓ | ✓ | ✓ | น้ำหลาก/ดินถล่ม |
| TVIS | ✓* | ✓* | ✓* | – | น้ำท่วม + การเดินทาง |
* ข้อมูลขึ้นอยู่กับแหล่งข้อมูลที่ระบบนำมาแสดง
เช็กระดับน้ำอย่างไร ก่อนตัดสินใจยกของขึ้นที่สูง?
การเห็นระดับน้ำเพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าต้องยกของขึ้นที่สูงทันทีในทุกพื้นที่ แต่ถ้าบ้านอยู่ในจุดเสี่ยง ควรใช้ข้อมูลหลายอย่างประกอบกัน
1. เช็กระดับน้ำใกล้บ้าน
เปิด ThaiWater หรือเช็คน้ำ GISTDA แล้วค้นหาสถานีตรวจวัดที่อยู่ใกล้พื้นที่ของตัวเอง
สิ่งที่ควรดูไม่ใช่เฉพาะ “ระดับน้ำเท่าไร” แต่ควรดูด้วยว่า
- ระดับน้ำกำลังเพิ่มขึ้นหรือไม่
- เพิ่มขึ้นเร็วหรือช้า
- อยู่ใกล้ระดับตลิ่งหรือไม่
- มีประกาศเตือนภัยหรือไม่
- พื้นที่ใกล้เคียงเริ่มมีน้ำท่วมหรือยัง
2. ดูแนวโน้ม ไม่ใช่ดูตัวเลขเพียงครั้งเดียว
ตัวอย่างเช่น หากเปิดแอปแล้วพบระดับน้ำ 80 ซม. การดูตัวเลขเพียงครั้งเดียวอาจบอกอะไรได้ไม่มาก
แต่ถ้าพบว่า
80 → 90 → 105 → 120 ซม.
ภายในช่วงเวลาต่อเนื่อง นั่นเป็นข้อมูลที่มีความหมายมากกว่า เพราะแสดงให้เห็นว่า ระดับน้ำกำลังเพิ่มขึ้น
ดังนั้นควรบันทึกหรือเปิดดูข้อมูลสถานีเดิมเป็นระยะ เพื่อดูแนวโน้ม
ระดับน้ำเพิ่มขึ้นแค่ไหน ควรเริ่มยกของ?
ไม่มีตัวเลขระดับน้ำเพียงตัวเดียวที่สามารถใช้เป็นเกณฑ์สำหรับทุกบ้าน เพราะแต่ละพื้นที่มีระดับพื้นบ้าน ความสูงถนน ระดับตลิ่ง และระบบระบายน้ำแตกต่างกัน
วิธีที่เหมาะสมกว่าคือแบ่งการเตรียมตัวเป็นระดับ
ระดับที่ 1 เริ่มเฝ้าระวัง
เมื่อมีฝนตกหนักต่อเนื่องหรือมีประกาศพื้นที่เสี่ยง ควรเริ่มติดตามระดับน้ำจากแอปและเก็บของสำคัญให้เป็นระเบียบ
ของที่ควรเตรียมก่อน ได้แก่
- เอกสารสำคัญ
- ยาประจำตัว
- โทรศัพท์และอุปกรณ์สื่อสาร
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- ของใช้จำเป็น
- อาหารและน้ำดื่ม
ระดับที่ 2 ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มต่อเนื่อง
หากสถานีใกล้บ้านแสดงว่าระดับน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หรือมีประกาศเตือนภัย ควรเริ่ม ย้ายสิ่งของที่เสียหายจากน้ำได้ง่ายขึ้นที่สูง
โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า เอกสาร และของมีค่า
ระดับที่ 3 มีประกาศเตือนน้ำท่วมหรือน้ำกำลังเข้าพื้นที่
หากมีประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่หรือเริ่มพบว่าน้ำกำลังเข้าบริเวณบ้าน ควรเร่งย้ายของที่จำเป็นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
หากเจ้าหน้าที่มีคำสั่งหรือคำแนะนำให้อพยพ ควรให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัยของคนก่อนทรัพย์สิน
ของอะไรควรยกขึ้นที่สูงก่อน?
หากเริ่มมีความเสี่ยงน้ำท่วม ไม่จำเป็นต้องรอให้น้ำเข้าบ้านก่อนจึงเริ่มย้ายของ เพราะอาจทำให้มีเวลาไม่เพียงพอ
ควรให้ความสำคัญกับ
เอกสารสำคัญ
เช่น บัตร เอกสารบ้าน เอกสารการเงิน และเอกสารสำคัญอื่น ๆ ควรใส่ถุงหรือกล่องที่ป้องกันน้ำ และนำไปไว้ในจุดสูง
เครื่องใช้ไฟฟ้า
โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ควรย้ายขึ้นที่สูงก่อน
หากมีน้ำเข้าบ้าน ห้ามจับปลั๊ก สวิตช์ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าขณะที่ตัวเปียกหรือยืนอยู่ในน้ำ และควรให้ผู้ใหญ่หรือช่างไฟจัดการเรื่องระบบไฟอย่างปลอดภัย
ยาและของใช้จำเป็น
ยาสามัญ อุปกรณ์ปฐมพยาบาล ของใช้ส่วนตัว และของจำเป็นควรจัดใส่กระเป๋าให้พร้อมหยิบ
อาหารและน้ำดื่ม
ควรจัดเตรียมน้ำดื่มและอาหารที่เก็บได้นานไว้ในตำแหน่งที่สูงและหยิบง่าย
ระดับน้ำในแม่น้ำสูง ไม่ได้แปลว่าบ้านจะท่วมทันที
เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ควรทำความเข้าใจก่อนใช้แอปเช็กระดับน้ำ
ตัวเลขระดับน้ำจากสถานีตรวจวัดเป็นข้อมูลของ จุดตรวจวัดนั้น ๆ ไม่ใช่ระดับน้ำภายในบ้านทุกหลัง
ตัวอย่างเช่น หากสถานีวัดระดับน้ำในแม่น้ำแห่งหนึ่งแสดงระดับเพิ่มขึ้น อาจเป็นสัญญาณให้พื้นที่ปลายน้ำเฝ้าระวัง แต่ไม่ได้หมายความว่าน้ำจะเข้าบ้านทุกหลังในทันที
ยังต้องพิจารณา
- ระดับตลิ่ง
- ระยะห่างจากแม่น้ำ
- ระดับพื้นที่
- แนวป้องกันน้ำ
- ประตูระบายน้ำ
- สถานีสูบน้ำ
- ปริมาณฝนในพื้นที่
- น้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ
- ประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่น
ดังนั้นควรใช้แอปเป็น เครื่องมือช่วยติดตามสถานการณ์ ไม่ใช่ใช้ตัวเลขเพียงตัวเดียวตัดสินสถานการณ์
วิธีเช็กระดับน้ำให้ได้ข้อมูลครบที่สุด
หากกำลังมีฝนตกหนักหรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง แนะนำให้เช็กข้อมูล 4 อย่างควบคู่กัน
1. ระดับน้ำ
ใช้ ThaiWater หรือเช็คน้ำ GISTDA
2. ปริมาณฝนและฝนสะสม
ดูจาก ThaiWater หรือแอปเรดาร์ฝน
3. จุดน้ำท่วมจริง
ตรวจสอบ CCTV และระบบตรวจวัดน้ำท่วมของพื้นที่
4. ประกาศเตือนภัย
ติดตามจังหวัด อำเภอ เทศบาล กรุงเทพมหานคร กรมทรัพยากรน้ำ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การใช้ข้อมูลทั้ง 4 ส่วนจะช่วยให้เห็นสถานการณ์มากกว่าการดูเพียงตัวเลขระดับน้ำในแม่น้ำ
สรุป 5 แอปเช็กระดับน้ำ เตรียมยกของขึ้นที่สูง
หากต้องการ แอปเช็กระดับน้ำก่อนน้ำท่วม สามารถเลือกใช้ตามลักษณะการใช้งานได้ดังนี้
ThaiWater รู้น้ำ รู้อากาศ เหมาะสำหรับติดตามระดับน้ำจากสถานีตรวจวัด แม่น้ำ เขื่อน และประตูระบายน้ำ รวมถึงดู CCTV ระดับน้ำและการแจ้งเตือนต่าง ๆ
ไทยสู้ภัย เหมาะสำหรับติดตามระดับน้ำแบบเรียลไทม์ ดูพื้นที่เสี่ยง และรับการแจ้งเตือนน้ำท่วมล่วงหน้า
เช็คน้ำ GISTDA เหมาะสำหรับดูระดับน้ำ พื้นที่น้ำท่วม พื้นที่เสี่ยง และข้อมูลจากดาวเทียมและสถานีตรวจวัดหลายประเภทมาประกอบกัน
EWS-DWR เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังน้ำหลากและดินถล่ม โดยมีระบบ Early Warning ของกรมทรัพยากรน้ำ
ส่วน TVIS เหมาะสำหรับคนที่ต้องการติดตามข้อมูลน้ำท่วมควบคู่กับการเดินทาง โดยมีการรวมข้อมูลจากกรุงเทพมหานคร กรมทางหลวง และข้อมูลระดับน้ำเจ้าพระยา
สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่ารอให้น้ำเข้าบ้านก่อนค่อยยกของ หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงและพบว่าระดับน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มีฝนตกหนัก หรือได้รับประกาศเตือนภัย ควรเริ่มเตรียมของจำเป็นไว้ในที่สูงแต่เนิ่น ๆ และติดตามคำแนะนำจากหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
FAQ คำถามที่พบบ่อย
แอปไหนเช็กระดับน้ำได้แบบเรียลไทม์?
ThaiWater และไทยสู้ภัยสามารถใช้ติดตามข้อมูลระดับน้ำจากสถานีตรวจวัดได้ ส่วนเช็คน้ำของ GISTDA ใช้ข้อมูลจากสถานีตรวจวัดร่วมกับข้อมูลดาวเทียมและข้อมูลอื่น ๆ เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำและพื้นที่เสี่ยง
เช็กระดับน้ำเจ้าพระยาได้จากแอปไหน?
สามารถใช้ ThaiWater เพื่อติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำ และ TVIS ซึ่งมีการรวมข้อมูลระดับน้ำเจ้าพระยาไว้ในระบบด้วย
ระดับน้ำเท่าไรควรยกของขึ้นที่สูง?
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกพื้นที่ ควรพิจารณาระดับพื้นบ้าน ระดับตลิ่ง แนวโน้มระดับน้ำ ปริมาณฝน และประกาศเตือนภัยในพื้นที่ร่วมกัน
ถ้าระดับน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ควรทำอย่างไร?
ควรเริ่มเตรียมของสำคัญ เช่น เอกสาร ยา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาหารและน้ำดื่มไว้ในที่สูง พร้อมติดตามประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่ หากมีคำแนะนำให้อพยพควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคนก่อนทรัพย์สิน
เช็กระดับน้ำอย่างเดียวพอหรือไม่?
ไม่พอค่ะ ควรดู ระดับน้ำ + ฝน + พื้นที่น้ำท่วม + ประกาศเตือนภัย ประกอบกัน เพราะระดับน้ำในสถานีหนึ่งไม่ได้หมายความว่าน้ำในบ้านทุกหลังจะมีระดับเท่ากัน
