5 ชุดตรวจไข้หวัดใหญ่ ตรวจทีละหลายสายพันธุ์เหมาะสำหรับออฟฟิศและครอบครัวใหญ่

ยังมีเชื้อไวรัสและเชื้อทางเดินหายใจชนิดอื่นที่…

10 อาหารเสริมบำรุงผม มีอะไรบ้าง? เลือกวิตามินและสารอาหารอย่างไรให้เหมาะกับเส้นผม

อาหารเสริมบำรุงผม เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่…

เทียบสเปค iPhone Duo vs Galaxy Z Fold8

เจาะลึกเปรียบเทียบ iPhone Duo สมาร์ทโฟนจอพับรุ…

“3 มิถุนายน” วันเกิดพระราชินีสุทิดา พระราชประวัติ และพระปรีชาสามารถด้านต่างๆ

"3 มิถุนายน" วันเกิดพระราชินีสุทิดา พระราชประวัติ และพระปรีชาสามารถด้านต่างๆ

เนื่องในวโรกาสครบรอบ 48 พรรษาของสมเด็จพระราชินีสุทิดา ในวันที่ 3 มิถุนายน ซึ่งทำให้เดือนมิถุนายนมีวันหยุดราชการ บางปีที่ตรงกับวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ก็จะถือเป็นวันหยุดยาวประจำปี บทความนี้ Mycontent-thai.com พาทุกท่านมาชมพระราชประวัติ และพระปรีชาสามารถด้านต่างๆ ของพระราชินีในรัชกาลที่ 10 ของเรา จะได้เล่าให้ลูกหลานฟังได้อย่างเข้าใจง่ายค่ะ

ประวัติพระราชินีสุทิดา

"3 มิถุนายน" วันเกิดพระราชินีสุทิดา พระราชประวัติ และพระปรีชาสามารถด้านต่างๆ

หากน้องๆ หนูๆ ต้องทำรายการ การออกพระนามพระราชินีสุทิดาอย่างเป็นทางการ ต้องเขียนว่า “สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี” ทรงเป็นพระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 10) เรามักจะเห็นพระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในข่าวพระราชสำนักบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกต้อนรับแชกบ้านแขกเมือง รวมไปถึงการเสด็จเยือนต่างประเทศในวาระสำคัญ นอกจากนี้ยังทรงมีพระปรีชาสามารถด้านกีฬาได้เหรียญทองกีฬาเรือใบซีเกมส์มาแล้วด้วย

"3 มิถุนายน" วันเกิดพระราชินีสุทิดา พระราชประวัติ และพระปรีชาสามารถด้านต่างๆ

พระราชประวัติและพระชนมายุพระราชินีสุทิดา

  • วันเดือนปีพระราชสมภพ: 3 มิถุนายน พ.ศ. 2521 (ณ จังหวัดสงขลา)
  • พระชนมายุ: ในปี พ.ศ. 2569 พระองค์ทรงมีพระชนมายุครบ 48 พรรษา

การศึกษา

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ ทรงได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับอุดมศึกษา ดังนี้:

  • ระดับมัธยมศึกษา: โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา จังหวัดสงขลา
  • ระดับปริญญาตรี: ทรงสำเร็จการศึกษานิเทศศาสตรบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เมื่อปี พ.ศ. 2543

เส้นทางการรับราชการและยศทางทหารพระราชินีสุทิดา

"3 มิถุนายน" วันเกิดพระราชินีสุทิดา พระราชประวัติ และพระปรีชาสามารถด้านต่างๆ

หลังจากทรงงานในตำแหน่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) พระองค์ได้ทรงเข้ารับราชการทหารและทรงเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับพระราชทานยศตามลำดับ พ.ศ. ดังนี้

ปี พ.ศ.ยศทางราชการ / ตำแหน่งที่ได้รับพระราชทาน
2553ร้อยตรีหญิง (และปรับขึ้นเป็น ร้อยโทหญิง, ร้อยเอกหญิง ในปีเดียวกัน)
2554พันตรีหญิง และ พันโทหญิง
2555พันเอกหญิง
2556พลตรีหญิง (ดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์)
2558พลโทหญิง
2559พลเอกหญิง (ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์)
2562พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง และพลอากาศเอกหญิง (ทรงได้รับพระราชทานยศเป็นนายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์)

พระองค์ทรงผ่านการฝึกหลักสูตรแกนหลักของกองทัพไทยอย่างครบถ้วน ซึ่งน้อยคนนักที่จะผ่านได้ครบทุกหลักสูตร ดังนี้:

  • หลักสูตรทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์: ทรงสำเร็จการฝึกวิชาทหารและการใช้อาวุธล่วงหน้าของทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์อย่างเชี่ยวชาญ
  • หลักสูตรส่งทางอากาศ (Airborne): ทรงสำเร็จการฝึกจากโรงเรียนสงครามพิเศษ ค่ายเอราวัณ จังหวัดลพบุรี โดยทรงทำการกระโดดร่มจริงจากเครื่องบินทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน
  • หลักสูตรจู่โจม (Ranger / เสือคาบดาบ): ทรงสำเร็จการศึกษาหลักสูตรจู่โจม รุ่นที่ 86 จากโรงเรียนทหารราบ ศูนย์การทหารราบ ซึ่งเป็นหลักสูตรภาคสนามที่ทดสอบขีดจำกัดทางร่างกายและจิตใจอย่างสูงสุด ทรงผ่านการฝึกในป่าและพื้นที่ทุรกันดารเช่นเดียวกับทหารบกทั่วไป
  • หลักสูตรการทำลายใต้น้ำจู่โจม (Naval Commando / ซีลสำรอง): ทรงผ่านการอบรมวิชาทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ของกองทัพเรือ ซึ่งรวมถึงทักษะการดำรงชีพและการปฏิบัติการทางน้ำ
  • หลักสูตรเสนาธิการทหารบก: ทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ชุดที่ 91 ทรงมีความรู้ลึกซึ้งด้านยุทธศาสตร์ การวางแผนทางทหาร และการบริหารจัดการกองทัพ

พระราชกรณียกิจและผลงานที่สำคัญ

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของราษฎร โดยแบ่งออกเป็นด้านหลัก ๆ ดังนี้:

1. ด้านการทหารและการบิน

ทรงผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรทางทหารอย่างเข้มงวด ทั้งหลักสูตรการโดดร่ม การใช้อาวุธ และหลักสูตรเสนาธิการทหารบก นอกจากนี้ ยังทรงสำเร็จการฝึกบินตามหลักสูตรของโรงเรียนการบิน กองทัพอากาศ และทรงมีใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก (Airline Transport Pilot License) ทรงสามารถขับเครื่องบินโบอิ้ง 737-400 และ 737-800 ได้อย่างเชี่ยวชาญ

พระปรีชาสามารถด้านการบิน

ภาพประทับใจในหลวง ร.10 และพระราชินี ทรงขับเครื่องบินเสด็จพระราชดำเนินเยือนภูฏาน
ภาพประทับใจในหลวง ร.10 และพระราชินี ทรงขับเครื่องบินเสด็จพระราชดำเนินเยือนภูฏาน

จากพื้นฐานที่เคยทรงงานเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน พระองค์ทรงพัฒนาพระปรีชาสามารถสู่นักบินอาชีพ โดยทรงเข้ารับการฝึกบินอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากล:

  • หลักสูตรการบินพลเรือน: ทรงสำเร็จการฝึกบิน ณ โรงเรียนการบินพลเรือน หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทรงทำการบินเดี่ยว (Solo Flight) ในเครื่องบินฝึกแบบ Cessna 172
  • หลักสูตรนักบินพาณิชย์เอก (Airline Transport Pilot License – ATPL): ทรงผ่านการทดสอบและได้รับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอกซึ่งเป็นขั้นสูงสุดของนักบิน โดยทรงศึกษาทั้งภาคทฤษฎีการบินชั้นสูงและภาคปฏิบัติ
  • นักบินประจำเครื่องบินพระที่นั่ง: ทรงสำเร็จการฝึกบินในฐานะศิษย์การบินกับเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 19 (Boeing 737-400) และปัจจุบันทรงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง นักบินผู้ช่วย (First Officer) และ กัปตัน (Captain) ในเครื่องบินพระที่นั่ง Boeing 737-800 ของกองทัพอากาศไทย ทรงมีชั่วโมงบินสะสมสูงและทรงสามารถบังคับเครื่องบินขึ้น-ลงในสภาพอากาศต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐานการบินสากล

2. ด้านการสืบสานพระราชปณิธานและงานศิลปาชีพ

ทรงสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการส่งเสริมผ้าไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยจะเห็นได้จากการที่พระองค์ทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไทยลวดลายต่าง ๆ ในการเสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นการช่วยเผยแพร่และสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านอย่างยั่งยืน

3. ด้านสาธารณสุขและการศึกษา

ทรงร่วมกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เครื่องมือแพทย์ และจัดตั้งรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยในช่วงวิกฤตการณ์ต่าง ๆ รวมถึงทรงอุปถัมภ์โครงการทางการศึกษาเพื่อช่วยเหลือเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล

พระปรีชาสามารถทางด้านกีฬา

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ ทรงได้รับการยอมรับว่าเป็น “องค์ต้นแบบนักกีฬาหญิงสายสตรอง” ทรงมีพระปรีชาสามารถสูงและทรงโปรดการทรงกีฬาหลายประเภท โดยทรงเข้าร่วมการแข่งขันและร่วมกิจกรรมสำคัญอย่างต่อเนื่อง ได้แก่

1. พระราชินีเล่นกีฬาเรือใบ (Sailing)

"3 มิถุนายน" วันเกิดพระราชินีสุทิดา พระราชประวัติ และพระปรีชาสามารถด้านต่างๆ

ทรงมีความเชี่ยวชาญในกีฬาเรือใบอย่างลึกซึ้ง ทั้งในด้านการควบคุมทิศทาง (Helmswoman) และการวางแผนกลยุทธ์ (Tactician)

  • ผลงานระดับนานาชาติ: ทรงร่วมการแข่งขันเรือใบนานาชาติชิงถ้วยพระราชทาน “ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า”
  • ความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์: ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 (ปี พ.ศ. 2568) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ พระองค์ทรงเป็นตัวแทนนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันเรือใบประเภทเคียลโบ้ท (Keelboat – รุ่น SSL 47) และทรงนำทีมชาติไทยคว้า เหรียญทอง ได้สำเร็จ ถือเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนไทย

2. พระราชินีเล่นกีฬาไอซ์ฮอกกี้ (Ice Hockey)

พระราชินีเล่นกีฬาไอซ์ฮอกกี้ (Ice Hockey)

ทรงเป็นผู้สนับสนุนและสร้างกระแสความตื่นตัวให้กับกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งในประเทศไทย ทรงร่วมลงแข่งขันในแมตช์สำคัญ เช่น การแข่งขันนัดกระชับมิตรไทย-จีน (Thailand-China Ice Hockey Friendly Match) ในปี พ.ศ. 2567 ณ สนาม Thailand International Ice Hockey Arena โดยทรงลงเล่นร่วมกับนักกีฬาทีมชาติอย่างทรงพระปรีชา

3. พระราชินีวิ่งมาราธอน (Running)

พระราชินีวิ่งมาราธอน (Running)

ทรงโปรดการทรงพระวรกายด้วยการวิ่งระยะไกล และทรงเข้าร่วมงานวิ่งระดับโลกอย่างต่อเนื่อง พระราชินีสุทิดาทรงร่วมวิ่งฮาร์ฟมาราธอนในงาน Amazing Thailand Marathon Bangkok (ทั้งในปี พ.ศ. 2567 และ พ.ศ. 2568) ในระยะทาง 10 กิโลเมตรสุดท้าย โดยมี เอลีอูด คิปโชเก (Eliud Kipchoge) นักวิ่งระดับตำนานของโลกและเจ้าของสถิติมาราธอน ร่วมวิ่งเคียงพระองค์

4. พระราชินีลงแข่งกีฬาจักรยาน (Cycling)

พระราชินีลงแข่งกีฬาจักรยาน (Cycling)

ทรงร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและวันสำคัญต่างๆ อยู่เสมอ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของพระวรกายและการให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย

ด้วยพระปรีชาสามารถอันหลากหลาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงได้ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญา วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย ในปี พ.ศ. 2568 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติยศในฐานะที่ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีเลิศด้านการกีฬา

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ในวันที่ 3 มิถุนายน ของทุกปี ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาวไทย ต่างพร้อมใจกันจัดกิจกรรมเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและแสดงออกถึงความจงรักภักดี โดยสามารถร่วมใจกันทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดังนี้

ภาครัฐ (หน่วยงานราชการและกระทรวงต่าง ๆ)

  • การจัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์: จัดตั้งโต๊ะหมู่บูชาประดิษฐานพระฉายาลักษณ์ พร้อมเครื่องราชสักการะ (พานพุ่มทอง-พานพุ่มเงิน) และประดับธงชาติไทยคู่กับธงอักษรพระนามาภิไธย ส.ท. บริเวณหน้าอาคารสำนักงานตลอดเดือนมิถุนายน
  • พิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตร: จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ณ สถานที่ที่กำหนดของแต่ละจังหวัด
  • พิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล: ในช่วงเย็นของวันที่ 3 มิถุนายน ส่วนกลางจะจัดขึ้น ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ส่วนภูมิภาคจัด ณ ศาลากลางจังหวัดหรือสถานที่เหมาะสม
  • กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ”: หน่วยงานราชการมักนำข้าราชการและประชาชนร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม เช่น การทำความสะอาดศาสนสถาน การปลูกต้นไม้ หรือการพัฒนาชุมชน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

ภาคเอกชน (บริษัท ห้างร้าน และผู้ประกอบการ)

  • ตกแต่งสถานที่และเปิดไฟเฉลิมพระเกียรติ: อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า และโรงแรม ร่วมใจกันประดับธงชาติ ธงอักษรพระนามาภิไธย ส.ท. และผ้าระบายสีม่วง-ขาว พร้อมทั้งเปิดไฟประดับอาคารอย่างสวยงามในยามค่ำคืน
  • จัดทำซุ้มและสมุดลงนามถวายพระพร: ทั้งแบบออฟไลน์ภายในอาคาร และแบบออนไลน์บนหน้าเว็บไซต์หลักของบริษัท เพื่อให้พนักงานและลูกค้าได้ร่วมลงนามถวายพระพร
  • กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR): หลายบริษัทถือเอาโอกาสนี้ในการจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ เช่น การบริจาคสิ่งของให้มูลนิธิ การจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ หรือการสนับสนุนโครงการสิ่งแวดล้อมเพื่อสนองพระราชปณิธาน

ภาคประชาชนทั่วไป

  • ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล: สามารถเดินทางไปลงนาม ณ สถานที่ที่ราชการจัดเตรียมไว้ หรือลงนามผ่านระบบออนไลน์ของสำนักพระราชวังและหน่วยงานต่างๆ
  • การแต่งกายด้วยเสื้อสีม่วง: ประชาชนนิยมสวมใส่เสื้อผ้าสีสุภาพที่มี “สีม่วง” ซึ่งเป็นสีประจำวันพระราชสมภพ (วันพฤหัสบดี) หรือติดเข็มที่ระลึกเพื่อแสดงความจงรักภักดีตลอดทั้งวันหรือตลอดเดือนมิถุนายน
  • ทำบุญตักบาตรและปฏิบัติธรรม: เข้าวัดทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรม หรือปฏิบัติธรรมตามหลักศาสนาที่ตนเองนับถือ เพื่อถวายพระพรชัยมงคลให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง
  • ร่วมกิจกรรมจิตอาสาและทำความดี: ทำความดีง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การบริจาคโลหิต การช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชน หรือการเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ยากไร้
"3 มิถุนายน" วันเกิดพระราชินีสุทิดา พระราชประวัติ และพระปรีชาสามารถด้านต่างๆ

ในยุคดิจิทัล การร่วมถวายพระพรผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยการโพสต์ภาพข้อความถวายพระพรชัยมงคล พร้อมติดแฮชแท็กที่เกี่ยวข้อง ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ประชาชนชาวไทยนิยมทำเพื่อแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีในวันสำคัญนี้เช่นกัน

Read More :

Discover more from เจอพิกัด..

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading